KnB FanFiction [ Izuki Shun x Hyuuga Junpei ] ‘Math&Love’

KnB FanFiction

Izuki Shun x Hyuuga Junpei

Math&Love

…….

ว่ากันว่าคณิตศาสตร์เป็นศาสตร์ที่ไม่มีวันตาย

ความรักเองก็เปรียบเหมือนคณิตศาสตร์ ซับซ้อน ชวนงง บางทีก็ทำให้มีความสุขหากแก้โจทย์ได้หรือเข้าใจ บางทีก็ทำให้เจ็บปวดหากได้ผลลัพธ์ที่ผิดพลาด…

ที่สำคัญยังเป็นศาสตร์ที่ไม่มีวันสูญสลาย และคงอยู่ไปชั่วนิรันดร์… ในหัวใจของคนสองคน…

…….

ถ้าพูดถึงสอบคณิตศาสตร์ที่จะมีขึ้นในสองวันข้างหน้า ซึ่งก็คือวันอังคาร บุคคลแรกที่เขานึกถึงก็คือ’อิสึกิ ชุน’

และด้วยเหตุนั้น ในห้องนอนของกัปตันเซย์รินจึงมีร่างสูงโปร่งของรองกัปตันนั่งอยู่บนพื้นห้อง โต๊ะเล็กที่คั่นกลางระหว่างคนทั้งสองนั้นกองพะเนินไปด้วยหนังสือ ชีทเรียน แบบฝึกหัดและข้อสอบต่างๆของวิชาคณิตศาสตร์

“ไม่เข้าใจอยู่ดีฟ่ะ ทำไมวิธีลัดมันยากกว่าเดิมล่ะเฮ้ย?!!”

“ไม่ไหวเลยนะฮิวงะเนี่ย ง่ายๆแค่นี้ยังไม่เก็ต.. ไม่เก็ตเพราะไม่เล่นบาสเก็ตบอล?! อ๊ะ! นี่ล่ะใช่เลย!” อิสึกิว่าพลางควักสมุดมุกขึ้นมาจดมุกใหม่ลงบนหน้ากระดาษสมุด เมินเฉยต่อรังสีแปลกๆที่เริ่มแผ่ออกมาจากอีกคน

“ใช่เลยอะไรของนายฟะ! รีบๆมาสอนต่อเซ่” ฮิวงะที่มีความอดทนต่ำเตี้ยเรี่ยดินกับวิชาคณิตศาสตร์แทบจะหักดินสอทิ้ง ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิดกันนะที่ลากหมอนี่มาช่วยติว แต่ทำไงได้ ไม่ว่ามีเรื่องอะไร บุคคลที่มักมีภาพโผล่ขึ้นมาในหัวสมองของเขามักเป็น’อิสึกิ ชุน’เสมอ

“น่าๆ ใจเย็นๆก่อนน่าแม่เนื้อเย็น อ๊ะ! ใจเย็นสิเนื้อเย็น! นี่ล่ะใช่เลย!!” อิสึกิก้มลงจดมุกอีกรอบ ทำเอาฮิวงะไม่รู้เลยว่าควรจะโวยวายหรือถอนหายใจก่อนดี

“แม่เนื้อเย็นนี่ไม่ผ่านอย่างแรงเลยนะเฟ้ย เข้าใจว่าเป็นภาษากวี แต่มัน….”

“ออกจะเยี่ยมยอดจอร์จยกนิ้ว! หือ.. หรือว่านายอยากฟังอะไรเสี่ยวๆ ความจริงมันก็ไม่ใช่แนวฉัน แต่ขอคิด–”

“พอเลยๆ! ที่ฉันอยากฟังก็คือคำอธิบายของข้อนี้ต่างหาก!!” กัปตันเซย์รินจิ้มนิ้วไปที่โจทย์ข้อแรกในสมุด อิสึกิจึงเลิกเล่นแล้วทำหน้าจริงจัง

“ช่วยไม่ได้นะฮิวงะ งั้นมาเล่นเกมกันเถอะ”

“เกม? เกมบ้าเกมบออะไรฟะ สอนข้อนี้ก่อนเซ่ ไม่งั้นเดี๋ยวทั้งวันนี้ก็ไม่จบกันพอดี!”

“เกมที่ว่าก็คือเกมตอบคำถามนี่ล่ะ ถ้าตอบผิดนายจะโดนฉันลงโทษ ถ้าตอบถูกก็รอด ฉันอธิบายข้อนั้นไปหลายรอบแล้ว นายลองนึกดูดีๆแล้วลองทำเองดูสิ ไปอยู่ในห้องสอบจะได้เอาไปประยุกต์ใช้เองได้” พอยน์ตการ์ดเบอร์ห้าแต่ไม่บ้าเห่ออธิบายกติกาของเกมก่อนจะก้มลงดูเวลาในนาฬิกาข้อมือ

“เริ่มเลยเถอะ ฉันให้เวลาห้านาที”

“ไอ้บ้าเอ๊ย.. เล่นอะไรของมัน” ฮิวงะบ่นงึมงำขณะที่เริ่มขีดๆเขียนๆอะไรลงบนแผ่นกระดาษ อิสึกิมองใบหน้าจริงจังของอีกคน คิ้วขมวดมุ่นของฮิวงะยังคงเป็นอะไรที่เชิญชวนให้เขายื่นนิ้วเข้าไปแตะเพื่อคลายปมแน่นนั้นเหลือเกิน

การเล่นมุกแป้กเป็นความชอบส่วนตัวของเขา แน่นอนว่าอาจจะได้รับสืบทอดพรสวรรค์มาจากครอบครัวด้วยส่วนหนึ่ง.. จะแป้กแต่ไหนก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้เล่น เขาค้นพบว่าเสียงและภาษานั้นช่างมหัศจรรย์ แค่เอามาเรียงร้อยถ้อยคำปะติดปะต่อกันก็สร้างเสียงหัวเราะได้แล้ว….

เอ่อ… ถึงคนทั่วไปจะไม่ขำ แต่คนในบ้านเขาขำก็แล้วกัน…

ถึงการเล่นมุกของเขาจะทำให้คิ้วของฮิวงะขมวดกันเป็นปมยิ่งกว่าเดิม แต่แค่อีกคนละความสนใจจากสิ่งที่กำลังคิดมาโวยวายใส่เขาซักเล็กน้อยก็พอแล้ว

“นายได้คำตอบรึยัง?”

“ยังเฟ้ย อย่าเพิ่งกวนสิฟะ! ยังไม่ถึงห้านาทีเลยเฟ้ย!!”

“แต่ฉันได้แล้วนา..”

“นั่นมันก็เรื่องของนายโว้ย!!”

“น่าๆ ฮิวงะล่ะก็ ฟังให้จบก่อนสิ” ว่าแล้วอิสึกิก็ยื่นมือไปจับหมับเข้าที่ไหล่ทั้งสองข้างของฮิวงะ นัยน์ตาคมทอประกายความจริงจังจนคนถูกจับไหล่ยอมเงียบเสียงลงทันที

“คำตอบของฉัน..ก็คือนายไงล่ะ”

“…….มะ ไม่เห็นจะตลกเลยซักนิด นะ นายมั่นใจนะว่านี่คือมุก!”

ถึงปากจะพูดออกไปอย่างนั้น แต่ใบหน้าของฮิวงะเริ่มแดงซ่านตั้งแต่ดวงหน้าจนไปถึงใบหู

ไม่รู้ว่าเป็นมุกหรือเปล่า แต่ว่าถ้าเป็นมุกจริงๆ เขาคงไม่สามารถตบมุกให้อิสึกิได้ ณ ตอนนี้ เพราะสมองของเขานั้นช่างว่างเปล่า ไม่มีความคิดอะไรอยู่ในหัว หรือไม่ก็ตื้อตันจนไม่สามารถนึกอะไรออกได้…

“ก็ไม่ใช่มุกน่ะสิ แต่เป็นคำตอบจากหัวใจของฉัน” อิสึกิว่าพลางค่อยๆเคลื่อนใบหน้าเข้าหาอีกคน ระยะห่างของคนทั้งคู่เริ่มลดลงเรื่อยๆ แต่ก่อนที่รองกัปตันจะได้ทำอะไรตามใจตัวเอง กัปตันทีมก็รู้สึกตัวพอดี

“อะ.. ไอ้บ้า!! ใกล้เกินไปแล้วเฟ้ย!!” ฮิวงะถอยหลังหนีไปเล็กน้อย หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะระเบิด

‘…น่าเสียดาย…’

เจ้าของอีเกิ้ลอายส์ลอบบ่นในใจก่อนจะยอมถอยกลับไปนั่งที่เดิมของตน ความเงียบเริ่มปกคลุมไปทั่วห้องจนฮิวงะรู้สึกอึดอัด แต่สุดท้ายพอยนต์การ์ดเบอร์ห้าก็ทำลายความเงียบนั้นโดยการวกประเด็นกลับไปที่คำถามแรกเริ่ม

“สรุปแล้วนายได้คำตอบของโจทย์รึยังน่ะฮิวงะ…”

“…ยัง” ฮิวงะเขม่นมองไปทางต้นเหตุที่ทำให้สมองของเขาเอ๋อไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยอย่างยอมจำนน

“ตานี้ฉันยอมแพ้ นายจะลงโทษอะไรก็ทำไปเถอะ”

“งั้นก็… ยื่นแขนมา ข้างไหนก็ได้”

ฮิวงะทำหน้างงก่อนจะยอมยื่นแขนซ้ายให้อีกคนแต่โดยดี

อิสึกิยิ้มอย่างมีเลศนัยพร้อมกับคว้าแขนข้างนั้นไว้แน่น ดึงเข้าหาตัวเองเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆก้มหน้าลงไปประทับริมฝีปากอยู่เนิ่นนาน ฮิวงะชะงักค้าง ครั้นพอได้สติก็รีบโวยวายเสียงดัง สะบัดแขนไปมาจนคนลงโทษต้องจำใจปล่อยไป

“ทะ ทำอะไรของนายฟะ!!! ลงโทษบ้าอะไรของนายเนี่ย!!”

“ก็เป็นการกระตุ้นสมองนายไง ถ้าตอบผิดหรือตอบไม่ได้ฉันก็จะทำอย่างนี้’ทุกที่’บนร่างกายนาย ผิด1ข้อ=1คิสมาร์ก” อิสึกิยิ้มมุมปาก ฮิวงะสังเกตเห็นนัยน์ตาเรียวของอีกฝ่ายส่องประกายแปลบปลาบ แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่าโจทย์ขนาดมหึมามหาศาลที่กองพะเนินอยู่บนโต๊ะตัวเตี้ย…

“ดะ เดี๋ยวสิฟะ โจทย์น่ะมันทั้งหมดนี่….”

“ทั้งหมดนี่นั่นล่ะ”

“จะบ้าเรอะ!!!” แบบนั้นมีหวังเขาได้หยุดเรียนวันพรุ่งนี้แน่ ถึงวันจันทร์จะไม่มีสอบแต่คนอย่างกัปตันเซย์รินก็ต้องไปซ้อมนะเฮ้ย!!! ขืนลากสังขารในสภาพนั้นไปโรงยิมล่ะก็… ชื่อเสียงของเขาคงได้ป่นปี้จนไม่เหลือแม้แต่เศษผงแน่

“ไม่บ้าหรอกน่า นายก็อย่าตอบผิดบ่อยสิ อืม.. ไม่สิ ตอบผิดทุกข้อก็ดีนะฮิวงะ ถ้าตัวนายลายพร้อยจนไม่มีที่ว่างเหลือแล้วเดี๋ยวฉันทบยอดไว้ก่อนก็ได้ ไว้วันหลังจะได้ทำอีก..”

“ไอ้เจ้าบ้าอิสึกิ!!!!”

“น่าๆ งั้นก็มาเริ่มอธิบายกันเลยเถอะ เริ่มจากตรงที่นายไม่เข้าใจ…”

….เสียงติวสลับกับเสียงโวยวายยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง…

“ดะ เดี๋ยวก่อนสิเฮ้ยอิสึกี๊!!!! อย่า!! อย่าถอดเสื้อ!!!”

“เอ๋ อะไรกัน งั้นกางเก—”

“นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่เลยเฟ้ย!!! แล้วก็เลิกคร่อมได้แล้ว ไปสอนต่อไป๊!!”

“ก็ยังไม่ได้ทำโทษที่ตอบผิดเป็นข้อที่54เลยนี่นา…”

“อึก.. งะ งั้นก็เปลี่ยนเป็นการลงโทษอย่างอื่นแทนสิฟะ!!!!!! ไม่เอาแบบนี้!!!”

“ไม่มีทาง”

ฮิวงะแยกเขี้ยวใส่คนที่กำลังเลิกเสื้อเขาขึ้น ความจริงเขาก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร น่าจะเรียกว่ารู้สึกดีด้วยซ้ำ แต่ก็เลือกที่จะทำปากแข็งปฏิเสธต่อไปเพราะความอาย..

ริมฝีปากของอิสึกิที่แนบลงบนแผ่นอกซ้าย ทำเอาหน้าที่แดงเรื่ออยู่แล้วสีเข้มยิ่งขึ้นไปอีก…

ไอ้เจ้าบ้าอิสึกิ!!! หยุดเดี๋ยวนี้เลย อย่าทำให้เขาหวั่นไหวไปมากกว่านี้!!!! ฮิวงะโวยวายในใจ สายตาจ้องเขม็งราวกับจะขัดขืน แต่ร่างกายกลับไม่ยอมทำตาม…

ขณะที่ฮิวงะกำลังโทษตัวเองที่เผลอโอนอ่อนตามอีกฝ่ายไป อิสึกิเงยหน้าแล้วยิ้มบางๆให้คนถูกคร่อม ก่อนจะเล่นมุกที่หากฮิวงะในเวลาไหนก็ตามได้ยินคงอดไม่ได้ที่จะตอกกลับไปตรงๆว่า’เสี่ยว’ไม่ก็’แป้ก’

แต่เวลานี้เมื่อได้ยินแล้วกลับรู้สึกใจสั่น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคำสาปของคิสมาร์กบนอกซ้ายที่อิสึกิทิ้งไว้เมื่อครู่นี้หรือเปล่า…

“บนโลกนี้มีตัวแปรมากมาย ไม่ว่าจะเป็นAยกกำลังB หรือBยกกำลังC แต่นายน่ะ กำลังดีเลยนะฮิวงะ…..”

…………

แอร่กกกกก จบแล้วค่ะฟกดฟหเเห้ห้้หห้ สั้นมั้ย สั้นนน ถถถถถถถ และฟิคนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีมุกในบรรทัดสุดท้ายเป็นจุดเริ่มต้นของไอเดียนะคะ ได้มาจากคลิปที่เราได้ดูตอนปฐมนิเทศเมื่อสอบเข้าม.4ใหม่ๆค่ะ ฟฟฟฟ ความจริงมันมีชื่อเฉพาะแต่ถ้าเรียกง่ายๆก็ปฐมนิเทศนั่นล่ะค่ะ ฟฟฟฟฟฟฟ เป็นมุกที่ทำเราเงิบมากตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ พอดีอยู่ๆก็นึกถึงขึ้นมาา โอยยยย 5555555 ยังไงก็ตามแต่ ขอให้สนุก(และขำ)กับฟิคนี้นะคะ ฟฟฟฟฟฟฟ และขอบคุณที่ตามอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ค่า>__<

Advertisements

2 thoughts on “KnB FanFiction [ Izuki Shun x Hyuuga Junpei ] ‘Math&Love’

  1. แอร้ยยยยยยยยยย มุกสุดท้ายนี่เสี่ยวมากๆค่ะ 55555555555
    นึกภาพพี่ชุนพูดละยิ่งกริ้วๆ(?)

  2. ฟหกเดเเกดฟเฟเฟ อะไรกันคะ ทำไมมมมมมมม ทำไมพี่อิสีกิถึงได้เสี่ยวขนาดนี้ มุกทิ้งท้ายนี่แบบเด็ดฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ เบอร์ห้าแต่ไม่บ้าเห่อก็ล้ำ โฮฮ เยี่ยมค่ะ
    ปล.ฟิคนี้พี่อิสึกิหื่นจัง ถถถถถถถถถถ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s