KnB FanFiction [ Izuki Shun x Hyuuga Junpei ] ‘Let me be there for you’

KnB FanFiction

Izuki Shun x Hyuuga Junpei

‘Let me be there for you’

…….

คนเราบางทีก็ท้อ เพราะเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึงดันอยู่ไกลราวกับขอบฟ้า

เป้าหมายก็เหมือนขอบฟ้า ลำบากเกินไปที่จะไขว่คว้า แต่แท้จริงแล้ว มันอยู่ใกล้แค่เอื้อม…

และนอกจากขอบฟ้าที่อยู่ใกล้

ฉันเองก็ยืนอยู่ตรงนี้ มองขอบฟ้าที่อยู่ใกล้ๆพร้อมกันกับนาย

อยู่เคียงข้างนายตลอดไป…

……..

ท่ามกลางความมืดที่เริ่มโรยตัวปกคลุม มีเพียงแสงไฟและแสงจันทร์เท่านั้นที่ยังทำหน้าที่ให้ความสว่างในค่ำคืนที่เงียบสงัด เด็กหนุ่มม.ปลายปีหนึ่งสองคนในชุดเครื่องแบบนักเรียนโรงเรียนเซย์รินเดินกลับบ้านด้วยกันตามปกติ คนหนึ่งกำลังเล่นมุกเจื้อยแจ้วแต่อีกคนกลับนิ่งเงียบ นัยน์ตาสีเข้มหลังเลนส์แว่นเหม่อมองเส้นทางข้างหน้าอย่างใจลอยจนเพื่อนสนิทต้องเรียกอยู่หลายครั้งเมื่อต้องการคนตบมุก

“..งะ ฮิวงะ.. ฮิวงะ..”

“….”

“ฮิวงะ!!”

“เหวอออ!!”

เจ้าของชื่อสะดุ้งโหยงก่อนจะหันขวับไปมองคนที่เดินกลับบ้านพร้อมกับเขาด้วยสายตางุนงง

“อะ… อะไรของนายฟะอิสึกิ เรียกดีๆก็รู้เรื่องเฟ้ย ไม่เห็นต้องตะโกน…”

“เรียกตั้งหลายครั้งแล้วแต่นายไม่หันมาเลยนี่นา ได้ฟังมุกที่ฉันเล่นไปซักมุกมั้ยเนี่ย”

“ไม่เลยฟ่ะ แล้วก็ดีใจด้วยที่ไม่ได้ฟัง ขอเตือนว่าห้ามเล่นซ้ำ…” ฮิววงะทำหน้าเอือมก่อนจะลอบถอนหายใจเบาๆ ท่าทางหดหู่ราวกับแบกโลกไว้ทั้งใบ

หนัก… แต่ก็โยนมันทิ้งไปไม่ได้…

“เป็นอะไรรึเปล่า ทั้งวันนี้เห็นนายซึมๆ ตอนซ้อมก็ใจลอยไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว ไม่สบาย? หรือว่าเพราะเรื่องที่เราแพ้คิริซากิไดจิกับอาการบาดเจ็บของคิโยชิ…?”

“เปล่าหรอก แค่ฝันร้ายน่ะ แต่ภาพติดตาชะมัดเลย” ฮิวงะสะบัดหัวเรียกสติก่อนจะดันแว่นอย่างมีฟอร์ม “เอาเป็นว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอก เดี๋ยวกลับบ้านไปนอนก็หายแล้ว เมื่อคืนเพราะฝันแบบนั้นก็เลยหลับไม่สนิทล่ะมั้ง”

“งั้นก็… เล่าให้ฟังหน่อยสิ ฝันร้ายที่ว่าน่ะ” อิสึกิขมวดคิ้วสงสัย ฝันร้ายอะไรกันนะที่บั่นทอนความมีชีวิตชีวาของกัปตันเซย์รินได้ถึงขนาดนี้ ความห่วงใยก่อตัวขึ้นในดวงตาทั้งสองข้างของหนุ่มมุกแป้ก ระดับปริมาณความห่วงใยที่มากเกินกว่าระดับเพื่อนสนิทธรรมดาๆ….

“ก็นะ… ช่างมันเถอะ…” คนสวมแว่นตัดสินใจไม่ยอมเล่าออกไป ตัดจบบทสนทนาเอาดื้อๆจนอีกคนสงสัยหนักยิ่งกว่าเดิม

“….เป็นเรื่องเกี่ยวกับทีมรึเปล่า?” อิสึกิลองเดาดูแล้วแอบสังเกตปฏิกิริยาตอบสนองของอีกคน เมื่อเห็นว่าฮิวงะเผลอสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบตอบปฏิเสธเสียงสั่นก็ยิ่งมั่นใจว่าตนคิดถูก

คิดว่าฉันเป็นเพื่อนกับนายมากี่ปีแล้วฮิวงะ? เรื่องแค่นี้ดูออกอยู่แล้วน่า

แต่ก็เป็นเพื่อนกันนี่นะ…

ก็แค่เพื่อน…

“ไม่ใช่เฟ้ย! นะ นั่นน่ะไม่เกี่ยวเลย ทะ ที่กังวลน่ะคือเงินค่าขนมเดือนนี้เก็บไม่พอซื้อคาเนะสึกุลิมิเต็ดอิดิชั่นต่างหาก!!” ฮิวงะแก้ตัวน้ำขุ่นๆ อิสึกิได้แต่ถอนหายใจแล้วพูดหน้านิ่ง

“ไม่ใช่ว่านายเพิ่งซื้อไปอาทิตย์ที่แล้วหรอกเหรอ ที่พล่ามให้ฉันฟังตั้งนานนั่นน่ะ..”

“อึก… กะ ก็…” ฮิวงะถึงกับเหงื่อตกไปต่อไม่ถูก เมื่อถูกอีเกิ้ลอายส์จ้องเขม็งก็เบือนหน้าหนีไปทางอื่น

“เอาล่ะ เล่ามาได้แล้วว่าในฝันนายเกิดอะไรขึ้นกับทุกคน”

“…นายจะไม่จิตตกไปอีกคนแน่ๆใช่มั้ย” คนถูกถามทำหน้าลำบากใจ ใช่แล้ว เหตุผลหลักที่ไม่ยอมปริปากเล่าเสียทีก็เพราะกลัวจะทำให้คนอื่นเครียดไปด้วย สู้เก็บไว้เครียดเองเสียยังจะดีกว่า ถึงจะเป็นคนโผงผางตรงไปตรงมา ไม่พอใจอะไรก็โวยวายออกมาตรงๆ แต่ถ้าเป็นเรื่องหนักๆที่กระทบกับความรู้สึกของเพื่อนล่ะก็ ฮิวงะจะทำอย่างนี้เสมอ…

อิสึกิพยักหน้าเป็นเชิงว่า’แน่นอน’ ฮิวงะจึงเริ่มเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา

“ฉันฝันว่าปีหน้า พวกเราจะไม่มีสมาชิกใหม่ ขาของคิโยชิยังไม่หาย สุดท้ายก็ต้องแข่งโดยไม่มีหมอนั่น เชื่อมั้ยว่าพวกเราแพ้หลุดลุ่ยเลยล่ะ… ฉันเห็นทุกคนร้องไห้ ทั้งริโกะ นาย โคงะ สึจิดะ แม้แต่มิโตเบะยังร้องไห้.. แล้วสายตาของทุกคนที่มองฉันก็เปลี่ยนไป มันเย็นชา ห่างเหิน… แล้วก็สิ้นหวัง… สุดท้ายชมรมก็ถูกยุบ แล้วระยะห่างของพวกเราก็เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ..”

เสียงของฮิวงะสั่นเครือ ใบหน้าและสายตาของทุกคนในทีมทำให้เขารู้สึกเจ็บแปลบ ถึงจะเป็นแค่ความฝันแต่ภาพที่ติดตรึงตานั่นทำให้เขาเหม่อลอยคิดมากตลอดทั้งวัน ยิ่งคิดยิ่งเครียดก็ยิ่งอยากหาคนคุยด้วย แต่พอเห็นทุกคนที่หายเศร้าจากการแพ้ในแมตช์คิริซากิไดจิพร้อมๆกับที่คิโยชิต้องรักษาเข่าก็ยิ่งไม่กล้าเล่า ขวัญกำลังใจของทุกคนกำลังกลับคืนมา เขามันควรดับไฟแห่งความหวังนั่นด้วยมือของตัวเอง… ทำลายมันด้วยความฝันซึ่งจริงๆแล้วอาจเป็นเพียงแค่ความกังวลลึกๆในจิตใจของเขา…

“…..ทั้งๆที่เคยบอกหมอนั่นไปแล้วแท้ๆว่าพวกเราจะเป็นที่หนึ่งในญี่ปุ่นให้ได้ภายในปีหน้า แต่ผ่านมาไม่กี่วันความมั่นใจของฉันก็หายไปหมดเลย เพราะไอ้ฝันเฮงซวยนั่นแท้ๆ ฉัน…” น้ำตาของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นกัปตันทีมไหลออกมาเงียบๆ ฮิวงะยังคงพูดต่อโดยไม่สนใจมัน

“ฉันนี่มันแย่ชะมัด…… เป็นกัปตันที่แย่ที่สุด อิสึกิ… ฉันกลัว…..”

“ฮิวงะ…” อิสึกิเรียกชื่ออีกคนเบาๆพร้อมๆกับผลักร่างของคนสูงกว่าไปติดกำแพง คนสวมแว่นทรุดตัวนั่งลงบนพื้นถนนอย่างเหนื่อยอ่อน เหนื่อยใจมันก็พาลทำให้เหนื่อยกาย ความกลัวเกาะกุมไปทั่วจิตใจของชู้ตติ้งการ์ดเซย์รินจนไร้ซึ่งเรี่ยวแรงใดๆ

“ฟังนะฮิวงะ มันเป็นแค่ความฝัน เค้าว่ากันว่าฝันร้ายจะกลายเป็นดีนา ไม่แน่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างอาจจะตรงข้ามกับความฝันนายก็ได้” อิสึกิว่าพลางค่อยๆย่อตัวลงให้อยู่ในระดับเดียวกับอีกฝ่าย นัยน์ตาอินทรีจ้องมองใบหน้าของอีกคนก่อนที่จะเผยอปากพูดอะไรบางอย่าง

“นายรู้จักเส้นขอบฟ้าใช่มั้ยฮิวงะ”

“หา..? ก็ต้องรู้จักสิฟะ แล้วทำไม..”

“เป้าหมายของพวกเรามันอยู่ไกลมาก ไม่ต่างจากเส้นขอบฟ้าเลยซักนิด เพราะงั้นถ้าจะกังวลมันก็เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว” อิสึกิยิ้มน้อยๆก่อนจะอธิบายสิ่งที่ตัวเองต้องการจะสื่อต่อไป

“แต่ว่าความจริงแล้วเส้นขอบฟ้าน่ะอยู่ใกล้มากๆเลยล่ะ ถ้าไม่เชื่อล่ะก็นะ… เดี๋ยวฉันอธิบายให้ฟัง”

“อธิบาย..?” ฮิวงะมองหน้าอิสึกิงงๆทั้งที่ยังมีน้ำตานองหน้า เรื่องแบบนี้มันอธิบายอะไรได้ด้วยเรอะ ทำอย่างกับเป็นเรื่องมีสาระมีหลักการ…

“ก็นะ ถ้าใช้ทฤษฎีพีทาโกรัสล่ะก็อธิบายได้สบายๆเลย รัศมีโลกคือ6,371กิโลเมตรใช่มั้ยล่ะ ถ้าแทนสูตรเอกำลังสองเท่ากับบีกำลังสองบวกซีกำลังสองล่ะก็ จะได้เป็นรัศมีบวกความสูงทั้งหมดยกกำลังสองเท่ากับรัศมียกกำลังสองบวกด้วยเส้นขอบฟ้า แล้วก็จะกลายเป็นรัศมีกำลังสองบวกด้วยสองคูณรัศมีคูณความสูงบวกด้วยความสูงยกกำลังสองลบด้วยรัศมีกำลังสองเท่ากับเส้นขอบฟ้ากำลังสอง—”

“ดะ เดี๋ยวก่อนเซ่! อิสึกิ! ฉะ ฉันไม่เข้าใจโว้ย!” ฮิวงะที่เจอภาษาเลขคณิตของอิสึกิเข้าไปถึงกับพูดไม่ออก ลืมความเศร้าไปชั่วขณะ อิสึกิมองฮิวงะแล้วหัวเราะออกมาอย่างลืมตัว ใบหน้าของฮิวงะตอนนี้มีทั้งคราบน้ำตากับความสับสนมึนงง และแอบมีความฉุนเฉียวปนมาด้วยเล็กน้อย นั่นแสดงว่าวิธีการของเขาได้ผล..

ว่าแล้วก็เข้าสู่ช่วงของการเฉลยคำตอบ

“งั้นก็ช่วยไม่ได้นะ เห็นแก่สมองของนายฉันจะสรุปเลยละกัน จากการคิดคำนวณเส้นขอบฟ้าทั้งหมด ระยะห่างจากเรากับเส้นขอบฟ้าน่ะแค่ประมาณ4.5กิโลเมตรเท่านั้น มันหลอกตาพวกเรามาตลอดเลยล่ะ”

“เอ๋?! เอาจริงดิ แค่นั้นน่ะเรอะ..” ฮิวงะอ้าปากค้าง ระยะทางประมาณ4.5กิโลเมตรนั้น หากตั้งใจวิ่งทั้งวันอย่างไม่กลัวเหนื่อยก็วิ่งได้ครบ ถึงจะใช้เวลานาน แต่ทว่าก็สามารถวิ่งได้แน่ๆ ถึงจะเหนื่อยจนอวัยวะแทบจะระเบิดออกจากร่างกายก็เถอะ..

“เพราะงั้น เป้าหมายของพวกเราความจริงแล้วอยู่ใกล้นิดเดียวถ้าพวกเราพยายามให้หนักมากกว่าเดิมน่ะนะ ก็เหมือนกับเส้นขอบฟ้านั่นล่ะ ไม่ได้ไกลเลยซักนิด” ร่างสูง174เซนฯลูบหัวปลอบอีกคนเบาๆ ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างเล็กน้อนแล้วใช้มืออีกข้างชี้ให้ดูท้องฟ้ายามราตรีที่พราวพร่างไปด้วยดวงดาว

“เห็นดาวพวกนั้นมั้ยฮิวงะ ความจริงแล้วนั่นน่ะ..”

“นั่นน่ะ..?”

“เห็นแล้วนึกถึงมนุษย์ต่างดาวเนอะ”

“อะ.. อะไรของนายอีกฟะเนี่ย จะมาไม้ไหนอีก..”

“มนุษย์ต่างดาวน่ะอยู่นอกโลก แต่มนุษย์อย่างฉันขออยู่แต่ในใจนายนะ ไม่เคยนอกใจนายด้วย จะอยู่ข้างๆนาย คอยมองขอบฟ้าใกล้ๆนั่นอยู่ข้างๆนายนะ”

“……..” ฮิวงะหน้าร้อนวาบ นัยน์ตาสีเข้มสั่นไหวเล็กน้อย ริมฝีปากเม้มแน่นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะโวยวายกลบความเขินที่กำลังพุ่งปรี๊ด

“มะ มุกบ้าอะไรของนายฟะเนี่ย!! ดะ เดี๋ยวนี้เปลี่ยนแนวมาเล่นมุกเสี่ยวแทนมุกคำพ้องแล้วเรอะ ละ แล้วเมื่อกี๊หมายความว่า…”

“อืม.. เล่นแบบนั้นไม่ค่อยชินปากจริงๆด้วย งั้นก็….” อิสึกินิ่งคิดก่อนจะร้อง’อ๊ะ!’ออกมาทันทีที่นึกออก

“นายลักหัวใจฉัน ฉันเลยรักนาย! นี่ล่ะใช่เลย!! แต่ขี้เกียจหยิบสมุดขึ้นมาจังเลยแฮะ..”

“โฮ่ยๆ! เดี๋ยวสิฟะ!! นะ นี่นายคิดจะทำอะไรเนี่ย ใกล้ไปแล้วว้อย!! ฮิวงะถอยหลังหนีจนติดกำแพง ขณะที่กำลังลนลาน พอยนท์การ์ดเบอร์ห้าก็ค่อยๆประคองดวงหน้าที่แดงแจ๋ขึ้นมา ใบหน้าหนุ่มตี๋ค่อยๆเคลื่อนเข้ามาใกล้ ใกล้เสียจนปลายจมูกของทั้งคู่ชนกัน

“ขี้เกียจหยิบสมุด งั้นขอบันทึกมุกเมื่อกี๊ตรงนี้แทนละกันนะ”

ว่าแล้วริมฝีปากของคนทั้งคู่ก็ประกบกันอยู่นาน ท่ามกลางดวงจันทร์ที่ทอแสงนวลชวนจับตา ท่ามกลางถนนมืดที่มีเพียงแสงไฟเล็กน้อยส่องสว่าง เด็กหนุ่มม.ปลายสองคนยังคงจูบกันอย่างดูดดื่ม ราวกับกำลังบันทึกบางสิ่งบางอย่างลงไปในหัวใจของแต่ละคนผ่านริมฝีปาก…

คำว่า’รัก’

………..

กรี๊ดดดดดด จบแล้ววววืฟิหเกก้ำ่พ่พ่่พ่พั หง่ากกกกกก ฟฟฟฟฟฟฟ เคยเอาพี่อิสึกิมาประกอบหลายฟิคแล้วแต่เพิ่งเคยลองเขียนเป็นคู่หลักคู่กับพี่ฮิวงะแบบนี้ฟหกด้ฟิห ไม่รู้นะคะว่าออกมาเป็นสึกิฮิวหรือฮิวสึกิ แต่รู้สึกเหมือนโดนสูบพลัง เขียนยากมากจริงๆแงงง ฟฟฟฟฟฟ ความจริงแล้วเรียนสายภาษาค่ะ เพราะงั้นไอ้สูตรหาเส้นขอบฟ้าอะไรนั่นไม่ต้องมาถามเราเต็มๆนะคะแงง ถถถถถถ อนึ่ง ขอบคุณสถาบันกวดวิชาเอนคอนเซปท์สำหรับธีมขอบฟ้าค่ะ มันยอดเยี่ยมมากเลยค่ะจอร์จ ฟฟฟฟฟฟ วิธีคำนวณเราก็ได้มาจากที่นี่เป็นของแถมนอกจากคำศัพท์และเนื้อหามากมายค่ะะะ ส่วนมุกนี่คิดได้นานแล้วก็จดไว้ค่ะ ไม่นึกว่าจะได้ขุดออกมาใช้กับฟิคนี้ ฟฟฟฟฟ ปล.ในโน้ตไอโฟนมันพิมพ์เลขยกกำลังไม่ได้ค่ะ ก็เลยต้องมาเป็นตัวหนังสือยาวยืดขนาดนี้ ฟฟฟฟฟฟ ต้องขอโทษด้วยจริงๆค่ะแงงง อ่านติดๆกันแล้วแอบงง ฟฟฟฟฟฟ ปลล.ขอให้สนุกกับฟิคนะคะ เย่!

Advertisements

4 thoughts on “KnB FanFiction [ Izuki Shun x Hyuuga Junpei ] ‘Let me be there for you’

  1. เค้าเคลิ้มๆ พี่อิซึกิมาดแมนพูเะดทฤษฎีเส้นขอบฟ้าอยู่มาเจอทฤษฎีมนุษย์ต่างดาวของพี่แกเข้าไป 55555555 โอ้ยตายแล้ววววว เสี่ยวเพราะรักใช่มั้ยคะพี่ตี๋ขา -//////-)

    • ฮืออออ ต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆเลยค่ะแงงง ฟฟฟฟฟฟ ผู้ชายคนนี้แท้จริงแล้วร้ายกาจ ทำเอาสร้างเรือใหม่ขึ้นอีกลำเลยค่ะ ฟฟฟฟฟฟฟ

  2. เส้นขอบฟ้าอย่างล้ำค่ะ วิชาการมาเลย ถถถถถถถถ แต่มุกมนุษย์ต่างดาว คือ !! คือมัน !! ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ มุกเสี่ยวมากเลย ตอนอ่านนี่นั่งถีบเก้าอี้ไปมาอยู่หน้าคอม.. ดิ้นอยู่เป็นเวลานานกับแค่ประโยคนี้ประโยคเดียว พี่อิสึกิกิกิกิกิกิกิกิ ! ทำไมถึงได้ อ่อกกกกก ดาเมจคู่นี้รุนแรงจังค่ะ ผลพวงจากดราม่าซีดีนั่นด้วยแน่เลย แงงงงงงงง (ว่าจะไปค้นแฟนอาร์ตคู่นี้ต่อด้วยล่ะค่ะ ///////)

    ปล.สึกิฮิวสิคะ แบบนี้มันสึกิฮิวอยู่แล้ว กัปตันโดนยิงมุกใส่ขนาดนี้ ฟหกด่าสว

    • ฮือออ อ่านคอมเมนท์บีซังแล้วตื้นตันมากค่ะ ฟฟฟฟฟฟฟ ตอนแรกเครียดกับมุกพี่แกตั้งนานแต่สึดท้ายก็กลายเป็นเอามุกเก่าที่คิดไว้นานมากแต่ไม่ได้เล่นซะทีมาใส่แทน ฟฟฟฟฟฟ ดีใจที่มองเป็นสึกิฮิวนะคะ แปลว่าความพยายามของเราประสบผลสำเร็จจ โฮรลลลล เราก็ดาเมจจากดราม่าซีดีเหมือนกันค่ะ จิ้นเงียบๆมานานแต่ไม่เคยคิดจะเขียนฟิคคู่นี้มาก่อนเลยแท้ๆ ฟฟฟฟฟฟ ค้นแฟนอาร์ตแล้วแชร์เรามั่งนะคะ ฟฟฟฟฟฟ #มรั่ยยยย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s