KnB FanFiction [ Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei ] ‘Once upon a time…’

*ฟิคเก่าย้ายจากDek-Dค่ะ*

KnB FanFiction

Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei

Once upon a time…

…….

กาลครั้งหนึ่ง…ของความรัก…
….

“…กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ราชอาณาจักรเซย์รินอันเกรียงไกร เหล่าขุนนางและประชาชนกำลังเผชิญกับสภาวะขาดผู้นำ เมื่อพระราชินีฮิวงะแห่งเซย์รินทรงมีพระอาการประชวรปริศนา เนื่องด้วยอาหารต้องคำสาปจากพระสหาย ทั่วทั้งราชอาณาจักรตกอยู่ในความมัวหมอง จนกระทั่ง…

องครักษ์คนสนิทขององค์ราชินีป่าวประกาศอวดอ้างตนว่าสามารถรักษาพระนางได้…

และวิธีการรักษาขององครักษ์คนนั้นก็คือการ’จุมพิต’…

องครักษ์ร่างสูงใหญ่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังหลับสนิท นัยน์ตาสีอ่อนสะท้อนภาพของคนผมสั้น ก่อนที่ระยะห่างริมฝีปากของทั้งคู่จะค่อยๆหดสั้นลงเรื่อยๆ…”

“…”

“หือ…”

ฮิวงะ จุนเปย์ลืมตาขึ้นท่ามกลางความรู้สึกพะอืดพะอมที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากอาหารพิษของโค้ชประจำทีมเซย์ริน นัยน์ตาสีเข้มไร้เลนส์แว่นบดบังเบิกกว้างเมื่อพบว่าใบหน้าคุ้นเคยอยู่ห่างจากใบหน้าของเขาไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ใบหน้าที่ถึงแม้จะมองเห็นไม่ชัดแต่ก็สามารถเดาได้ง่ายๆทันทีว่าเป็นใคร

“เอ๋… ยังไม่ทันจุมพิตราชินีก็ตื่นแล้วอะ ทำยังไงต่อดีล่ะท่านเทพเจ้าอิสึกิ?”

“ไม่ต้องไปสน จุ๊บต่อไปเลยองครักษ์คิโยชิ”

“ฮะ เฮ้ย นะ นี่พวกแกเล่นบ้าอะไร–”

ริมฝีปากของคิโยชิ เท็ปเปย์กดลงบนริมฝีปากของคนที่ยังพูดไม่ทันจบ ทิ้งสัมพัสอันอ่อนโยนไว้ชั่วครู่ก่อนจะค่อยๆถอยห่างออกมาจากอีกฝ่าย

กัปตันทีมเซย์รินตัวแข็งทื่ออยู่บนเตียงนอนนุ่มๆในห้องพยาบาล แค่ฝืนกินอาหารฝีมือริโกะจนต้องเข้าห้องพยาบาลก็ว่าแย่แล้ว แต่นี่ตื่นขึ้นมาเบลอๆยังโดนขโมยจูบแรกไปอีก…

“…เมื่อได้รับจุมพิต คำสาปก็สลายหายไป แล้วราชินีฮิวงะก็ครองรักกับองครักษ์คิโยชิอย่างมีความสุข”

หนุ่มหน้าสวยกล่าวจบเรื่องก่อนจะหันไปถามคนป่วยที่ทำหน้าตะลึงค้างอยู่บนเตียงนิ่ม

“คิดว่าเป็นไงบ้างฮิวงะ? จบอย่างนี้โอเคใช่มั้ย หือ ทำหน้าอย่างนั้นแปลว่าอยากฟังตั้งแต่แรกด้วยสินะ งั้นเดี๋ยวจะเล่าย้อนให้ฟังก็ได้ กาลครั้งหนึ่ง–”

“นี่พวกแกเล่นบ้าอะไรกันฟร้าาาา!!!!”

ชู้ตติ้งการ์ดของทีมลุกขึ้นมาโวยวายเสียงดังจนอาจารย์ห้องพยาบาลต้องโผล่หน้ามาดุ หลังจากที่ขอโทษขอโพยอาจารย์กันเรียบร้อยแล้ว กัปตันทีมผู้ตกเป็นเหยื่อก็ล้มตัวลงนอนอีกรอบพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะสังเกตเห็นว่าไอ้คนที่ขโมยจูบแรกของเขาไปยืนยิ้มหน้าระรื่นอยู่ใกล้ๆ

“ไอ้คิโยชิ แกก็ไปเล่นตามน้ำไอ้เจ้าอิสึกิมันเนอะ ไอ้โง่เอ๊ย!!”

“ฮะๆ~ ก็ระหว่างรอนายตื่นมันว่างนี่นา แถมยังไม่เห็นจะเสียหายตรงไหนเลยนี่ ถ้าเป็นไปได้ก็ขออีกรอบนะฮิวงะ”

“ไม่ให้ว้อย!!!”

“ชู่ววว… เบาๆหน่อยสิ เดี๋ยวอาจารย์ก็กลายเป็นยมบาลไล่พวกเราออกจากห้องพยาบาลหมดทุกคนหรอก”

อิสึกิ ชุนจุ๊ปากใส่เพื่อนสนิทที่กำลังโวยวายแถมยังเล่นมุขคำพ้องใส่อีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่นิ่งเรียบ ฮิวงะขี้เกียจเถียงต่อจึงหลับตาลงแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างจำยอม

ถึงมุขจะแป้กแค่ไหนแต่เขาขี้เกียจเถียงต่อแล้ว เพราะหมดพลังไปกับการโวยวายมากกว่าที่คิด…

“แต่ก็ดีที่นายฟื้นแล้วนะฮิวงะ ตอนที่นายสลบไปนี่เป็นห่วงแทบแย่เลยนะ”

คิโยชิยิ้มบางๆแล้วลูบหัวอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน คนที่ถูกลูบหัวรู้สึกร้อนวาบไปทั้งหน้า ในใจนึกโทษว่าเป็นเพราะไซด์เอฟเฟคต์ของอาหารฝีมือริโกะที่ทำให้เขาหน้าแดงแถมยังหัวใจเต้นรัวเร็วจนแทบจะระเบิดแบบนี้…

ไม่ใช่ว่าเพราะเขินหรือว่าอะไรหรอกนะ!!!

“ละ แล้วนี่คนอื่นไปไหนซะล่ะ”

ร่างสูง178เซนเบนสายตาไปอีกทางพร้อมกับถามคำถามอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกประหลาดๆของตน อิสึกิที่เห็นอาการของเพื่อนสนิทก็ได้แต่ลอบยิ้มนิดๆแล้วตอบคำถามแทนคิโยชิที่มัวแต่เล่นกับเรือนผมสีดำของอีกฝ่าย

“พวกริโกะมาดูนายแล้วหนนึงแต่ขอตัวกลับไปก่อนน่ะ วันนี้นายไม่สบายก็เลยงดซ้อม นี่นายก็นอนมาตั้งแต่พักเที่ยงจนตอนนี้เลิกเรียนแล้ว ใครมันจะไปนั่งเฝ้าอยู่ได้นานๆกันล่ะ”

“เอ๋… เดี๋ยวก่อนนะ งดซ้อมเหรอ..? ก็ไม่เห็นต้องทำขนาดนั้น…”

ฮิวงะขมวดคิ้วมุ่นกับการกระทำของโค้ชสาว อีกะแค่เขาไม่สบายคนเดียวถึงกับงดซ้อมเลยเหรอ…?

“คงจะกังวลเรื่องของนายมากจนไม่มีสมาธิคุมทีมน่ะ ” อิสึกิตอบก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือที่เริ่มสั่นครืดๆออกมาจากกระเป๋ากางเกง เจ้าของฉายาอีเกิ้ลอายส์กดรับสายด้วยสีหน้านิ่งๆ

“ว่าไง โคงะ?”

กัปตันเซย์รินเลิกสนใจอิสึกิที่กำลังคุยโทรศัพท์แล้วหันมามองเซ็นเตอร์ของทีมที่กำลังยิ้มกว้าง

“ยิ้มอะไรของนายฟะ”

“อยากให้ตอบจริงๆเหรอ”

“กวนนะเดี๋ยวนี้”

“หากไม่ดูเป็นการรบกวน ก็จะชวนเธอมารักกัน~”

“นี่อิสึกิล้างสมองนายเรอะ!”ฮิวงะอดไม่ได้ที่จะโวยวายใส่อีกฝ่ายที่มัวแต่หัวเราะ’แหะๆ’ แต่ก่อนที่จะเกิดสงครามคู่รักคู่เพี้ยน คนที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ก็ตะโกนขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนกกว่าปกติ

“แย่แล้ว! ริโกะหายตัวไป!!”

“หา?!! หายตัวไป?!!” ทั้งคิโยชิและฮิวงะหันขวับไปมองเพื่อนร่มทีมที่กำโทรศัพท์ไว้แน่น

“โคงะบอกว่าเจอจดหมายสำนึกผิดวางอยู่ในตู้เก็บรองเท้าของหมอนั่น เห็นเขียนว่าถ้าฮิวงะเป็นอะไรไปจะไม่มีวันยกโทษให้ตัวเองได้เลย แล้วโทรไปก็ไม่ติด โทรไปหาที่บ้านก็ไม่รับ แถมยัยนั่นก็ซึมมาตลอดช่วงบ่ายเลยล่ะ”

“เฮ้ย!! เอาจริงดิ งั้นนี่ก็ไม่ใช่เวลามานอนแล้ว!!” ฮิวงะว่าพลางพยุงตัวลุกขึ้นจากเตียง คิโยชิเข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการจะทำอะไรจึงหยิบแว่นตาส่งให้อย่างรู้ใจ

“ไปกันเถอะ!” กัปตันทีมแหกปากปลุกใจลูกทีมทั้งสอง โดยไม่สนใจสายตาเกรี้ยวกราดของอาจารย์ห้องพยาบาลที่มองส่งแผ่นหลังของพวกเขา

แต่ถึงแม้ท่าทางภายนอกจะดูฮึกเหิม แต่ในใจกลับกังวลไปต่างๆนานา…

ฮิวงะ จุนเปย์ไม่ใช่คนไร้ความรับผิดชอบ ถึงจะชอบโวยวายและไม่ค่อยละเอียดอ่อน แต่ก็เป็นคนที่แอบใส่ใจทั้งโค้ชและลูกทีมอย่างลับๆ

เรื่องนี้ทุกคนในชมรมบาสเก็ตบอลชายเซย์รินต่างรู้ดี…

“นายคิดว่าคนอย่างริโกะน่าจะไปอยู่ที่ไหน?” อิสึกิที่เร่งฝีเท่าเดินเคียงข้างถามคนใส่แว่นด้วยน้ำเสียงที่ซ่อนความลนลานไว้ไม่มิด

“โคงะหาทุกที่ในตึกเรียนแล้วใช่มั้ย?” คนถูกถามเหลือบมองเพื่อนร่วมชมรมครู่หนึ่งก่อนจะดันแว่นเล็กน้อย

“ฮื่อ หาทุกซอกทุกมุมในตึกแล้วไม่เจอ…”

“ดาดฟ้าล่ะ?”

“เอ๊ะ เหมือนจะยังไม่ได้หานะ!”

“ดีล่ะ! งั้นไปกันเลย!” กัปตันทีมพยักหน้าก่อนจะวิ่งนำลูกทีมทั้งสองไปยังจุดมุ่งหมายที่คาดการณ์ไว้ ชู้ตติ้งการ์ดของทีมกัดฟันกรอด ในใจนึกภาวนาอย่าให้คนที่หายไปทำอะไรสิ้นคิด ไม่งั้นเขาคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตแน่

“ฮิวงะ ทำไมนายถึงได้มั่นใจล่ะว่าริโกะอยู่บนดาดฟ้า…” คิโยชิที่วิ่งเคียงข้างอีกฝ่ายหันมาถามด้วยความสงสัย

“เซ้นส์!” ฮิวงะตอบพร้อมกับเร่งฝีเท้าให้เร็วยิ่งขึ้น

‘ก็จุดเริ่มต้นของทีม มันอยู่ที่ดาดฟ้าไม่ใช่เหรอ….’

‘เริ่มต้นจากการประกาศเจตนารมณ์ของตนเอง…’

เขาไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ริโกะรู้สึกอย่างไร คนอบ่างเขาไม่ใช่ผู้ชายละเอียดอ่อนที่เข้าใจความรู้สึกของคนอื่นได้ดีขนาดนั้น เพราะความรู้สึกบางอย่างของตัวเองเขายังไม่ค่อยอยากจะยอมรับเสียด้วยซ้ำ…

“เค้าว่ากันว่า เวลาคนเราเศร้ามักโหยหาสถานที่ที่อยู่แล้วสามารถสงบจิตสงบใจได้ แล้วถ้าฉันเป็นยัยนั่น คงนึกถึงโรงยิมไม่ก็ดาดฟ้า และที่สำคัญ… ดาดฟ้ามันเป็นสถานที่ยอดฮิตเวลาจะโดตึกฆ่าตัวตายไม่ใช่เรอะ!!” ฮิวงะยอมอธิบายให้คิโยชิฟังแบบปลงๆ

“เอ๋!! อย่างนี้นี่เอง! ว่าแต่นายคิดว่าริโกะจะฆ่าตัวตายเลยเหรอเนี่ย?! กังวลมากเกินไปแล้ว!”

“หนวกหูเฟ้ย!! รีบๆวิ่งเถอะน่า!!”

“….” อิสึกิเลิกสนใจคู่เพี้ยนที่เริ่มส่งเสียงดังรำคาญหูแล้วหันมาสนใจประตูเหล็กที่อยู่เบื้องหน้าแทน

“ถึงแล้วนะ พวกนาย..”

“รู้แล้วน่า!” ฮิวงะหอบเล็กน้อย หัวใจเต้นโครมครามด้วยความกังวล มือข้างหนึ่งเอื้อมไปบิดกลอนประตู แต่ทว่า…

“ล็อก?!!”

“เดี๋ยวฉันจัดการเอง” คิโยชิว่าพลางเขยิบเข้าไปใกล้ๆประตู เสียงดังโครมใหญ่ทำเอาฮิวงะกับอิสึกิต้องหลับตาลงฉับพลัน

“เอ้า เปิดแล้วล่ะ”

“อย่าพังข้าวของโรงเรียนตามใจชอบสิฟะ! แต่ก็ทำได้ดีมาก!”

ถึงแม้จะไม่อยากยอมรับ แต่กัปตันทีมเซย์รินก็อดคิดไม่ได้ว่า’คิโยชินี่มันเท่จริงๆ…’

ฮิวงะชกไหล่อีกฝ่ายเบาๆก่อนจะผลักประตูดาดฟ้าเหล็กที่ถูกวิ่งชนจนพังโดยเซนเตอร์ของทีม ขณะที่เพื่อนร่วมชมรมอีกสองคนวิ่งตามกัปตันทีมไปติดๆ

เมื่อผ่านประตูมาได้แล้ว ร่างสูง178เซนฯก็หยุดชะงัก นัยน์ตาสีเข้มหลังเลนส์แว่นเบิกกว้าง

ไอดะ ริโกะยืนอยู่ตรงนั้น..

ในสภาพที่เลือดท่วมเต็มตัว…

“ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!! ผีริโกะะะะะะะะะะ!!!!!!”

เจ้าของเสียงร้องกอดหมับเข้าที่ร่างสูงใหญ่ข้างตัวทันที หลับตาปี๋ ตัวสั่นกึกๆๆอย่างหมดท่า

อาจจะไม่มีใครรู้ แต่กัปตันเซย์รินขี้กลัวมากกว่าที่คุณคิด… โดยเฉพาะเรื่องลึกลับเหนือธรรมชาติ…

“เอ่อ ฮิวงะ ริโกะยังไม่ตายหรอกนะ…”

ร่างที่ถูกกอดแน่นยิ้มกว้างก่อนจะแอบเนียนใช้มือข้างที่ยังว่างอยู่ลูบแขนอีกฝ่ายเบาๆ

“…ใช่แล้ว ฉันยังไม่ตายหรอกนะฮิวงะคุง”

โค้ชสาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาหากัปตันเซย์รินที่ยังตัวสั่นเป็นลูกนก เจ้าของนัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลยิ้มร่า ก่อนที่เสียงของสมาชิกรมบาสเก็ตบอลชายเซย์รินจะดังขึ้นพร้อมกันราวกับนัดกันไว้ล่วงหน้า

“สุขสันต์วันเกิดนะ(ครับ)กัปตัน/ฮิวงะ(คุง)!!!”

“เอ๋?!!!!!”

ในที่สุดกัปตันเซย์รินก็ลืมตาขึ้นอย่างงุนงง เจ้าของวันเกิดผละตัวออกจากร่างที่เผลอกอดเอาไว้แน่นแล้วอ้าปากค้างมองสมาชิกในชมรมด้วยสายตาตะลึงงัน

“จริงสิ วันนี้วันเกิดฉัน….”

“กะแล้วเชียวว่าต้องลืม!” เด็กสาวผมน้ำตาลส่ายหน้าไปมาขณะที่คนอื่นในทีมเองก็เริ่มหยิบของขวัญของแต่ละคนออกมา

“เดี๋ยวสิ นะ นี่อย่าบอกนะว่าพวกนาย…. ใครเป็นคนวางแผนฟะ!! บอกมาเดี๋ยวนี้!!”

“โอ้ ฉันเองล่ะฮิวงะ แหะๆ”

“ไอ้เจ้าโง่นี่เองเรอะะะะะะะะะ!!!! บ้าจริง! พอมาลองคิดดูอีกทีถึงได้รู้สึกว่ามีแต่อะไรแหม่งๆ อย่างริโกะเนี่ยนะจะฆ่าตัวตาย! แล้วไหงแกเล่นละครเนียนจังเลยฟะ?!!”

“เอาน่าๆฮิวงะคุง ไม่เห็นต้องโวยวายเลยนี่นา หรือว่ายังไม่หายตื่นเต้นอีก จะว่าไปก็เพิ่งรู้นะว่าฮิวงะคุงเนี่ยขี้กลัวกว่าที่คิด เห็นกอดเท็ปเปย์แน่นเลยนี่นา”

“เป็นใครก็ต้องกลัวทั้งนั้นเฟ้ย!! ตรรกะการเซอร์ไพรส์คนของเธอนี่มันอะไรฟะ?!! แล้วไหนจะเจ้าอิสึกิกับโคงะอีก!!!!! สรุปอีกทีว่าพวกนายรวมหัวกันหลอกฉันใช่มั้ย!!!”

ฮิวงะกุมขมับ นี่เขาโดนลูกทีมตัวเองปั่นหัวเรอะ! ในฐานะกัปตันถือเป็นเรื่องน่าอายที่ไม่ควรเกิดขึ้น แต่ทว่า…

“ฮึก..”

“กัปตัน…ร้องไห้เหรอครับ?”

“มะ ไม่ได้ร้องเฟ้ย!!!! แค่ฝุ่นมันเข้าตา!!! ว่าแต่นายมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ฟะ คุโรโกะ!!!”

กัปตันเซย์รินโวยวายกลบเกลื่อนอาการซึ้งน้ำตาร่วงของตน

ถึงจะโดนหลอก แต่แบบนี้เขายอมเต็มใจให้หลอกเลยล่ะ….

ขณะที่ฮิวงะกำลังปลาบปลื้มราวกับหญิงสาวที่ถูกขอแต่งงาน ร่างสูง193เซนที่ยืนอยู่ข้างๆก็สะกิดไหล่คนร่างเล็กกว่าเบาๆ

“รักนายนะ ฮิวงะ…”

ก่อนที่เจ้าของนัยน์ตาคมสีน้ำตาลอ่อนจะโน้มตัวลงมาประกบจูบอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน…

“….!!!” ฮิวงะยืนตัวแข็งทื่อ ราวกับว่ากาลเวลาได้หยุดเคลื่อนไหว แต่ทว่าสติที่กำลังจะหลุดลอยออกไปนอกกาแล็คซี่นั้นถูกดึงกลับมาที่เดิมด้วยเสียงแซวจากเพื่อนร่วมทีมทุกคน

“โอ๊ะ มิโตเบะดูสิ ฮิวงะหน้าแดงแจ๋เลยล่ะ” โคงาเนอิ ชินจิสะกิดหนุ่มเงียบคู่ซี้ที่พยักหน้าแทนคำตอบ

“แดงแจ๋ยังกะแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก.. อ๊ะ พ้องกันดีแฮะ จดดีกว่า” อิสึกิ ชุนว่าพลางรีบคว้าสมุดมุกคู่ใจขึ้นมาพร้อมปากกา ก่อนจะรีบจดสิ่งที่น่าจะเรียกง่ามุก(?)ลงไปบนหน้ากระดาษขาว

“กัปตันท่าทางจะมีความสุขมากเลยนะครับ” โคโรโกะเอ่ยยิ้มๆกับคากามิที่ยิ้มเจื่อนมองอีกด้านที่ไม่เคยรู้มาก่อนของกัปตันเซย์ริน

“งะ เงียบไปเลยนะ!! พวกนายน่ะหุบปากไปเลย!!!”

“เหวออออ มิโตเบะะะ!! ฮิวงะจะฆ่าฉันอ่ะะะ!!! ว่าแต่ทำไมต้องเป็นฉันคนแรกล่ะฮิวงะะะ?!!!”

“เท็ปเปย์ จับฮิวงะคุงไว้เร็วเข้า!!”

“ว้ากกกก ปล่อยนะเฟ้ยไอ้บ้าคิโยชิ!!!!!”

ท่ามกลางท้องฟ้ายามเย็นที่เริ่มถูกปกคลุมด้วยความมืด เสียงหัวเราะและเสียงโหวกเหวกโวยวายของสมาชิกชมรมบาสเก็ตบอลชายแห่งโรงเรียนเซย์รินยังคงก้องกังวาลไปทั่วอาณาบริเวณ และอีกไม่นานก็คงจบลงที่การเดินกลับบ้านพร้อมกันหรือไม่ก็ไปเลี้ยงฉลองวันเกิดกัปตันทีมที่ร้านไหนซักแห่ง ถึงแม้วันนั้นจะจบลง แต่สิ่งที่ไม่มีทางจบ ก็คือสายสัมพันธ์ของทีม ที่ยาวจนไม่มีวันสิ้นสุด…

และความรักที่ไม่มีวันสิ้นสุด สำหรับคนสองคน…

…..

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ชมรมบาสเก็ตบอลชายเซย์ริน สถานที่ที่ซึ่งไม่ใช่ราชอาณาจักรเซย์รินอันเกรียงไกร ไม่มีราชินีฮิวงะ ไม่มีองครักษ์คิโยชิ มีแต่เพียงกัปตันเซย์รินกับเซ็นเตอร์ของทีม…

ไม่มีนิทานปรัมปราที่แต่งขึ้นหลอกๆ มีแต่เพียงกาลครั้งหนึ่งของความรักที่เป็นเรื่องจริง…

เรื่องราวความรัก… ของคิโยชิ เท็ปเปย์และฮิวงะ จุนเปย์

……..

เรื่องเก่าลงใหม่ ฟฟฟฟฟฟฟ แต่งฟิคใหม่ฉลองวันเกิดพี่ฮิวงะไม่ทันจริงๆค่ะแงงง 5555 อ่านแล้วงงๆก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ |||Orz

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s