KnB FanFiction [ Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei ] ‘I’ve a crush on you’

*ฟิคเก่าย้ายจากDek-Dค่ะ

KnB FanFiction

Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei

‘I’ve a crush on you’

……

Victor-Marie Hugoได้กล่าวไว้ว่า…

The supreme happiness of life is the conviction that we are loved.

ความเปี่ยมสุขที่สุดในชีวิตก็คือการตัดสินว่าเราถูกรัก

และคิโยชิ เท็ปเปย์ได้กล่าวเสริมต่อจากฮูโก้…

…โดยเฉพาะอย่างยิ่ง…ถ้าถูกรักโดยฮิวงะ จุนเปย์….

………

‘ความเปี่ยมสุขที่สุดในชีวิตก็คือการตัดสินว่าเราถูกรัก …โดยเฉพาะอย่างยิ่ง…ถ้าถูกรักโดยฮิวงะ จุนเปย์….’

………

เวลา18.30น. ท้องฟ้าที่เคยสว่างสดใสถูกความมืดกลืนกินไปเกือบครึ่ง สมาชิก2คนของทีมบาสเซย์รินที่เป็นเวรเก็บลูกบาสในวันนี้ยืนอยู่หน้าเครื่องขายน้ำอัตโนมัติ คนหนึ่งใส่แว่นและบ้าคลั่งฟิกเกอร์นักรบ ส่วนอีกคนหนึ่งมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าเสมอ

“ฮิวงะ”

ร่างสูง193เซนในชุดนักเรียนมองเจ้าของชื่อที่กำลังนั่งยองๆรอคอยกาแฟจากเครื่องขายน้ำอัตโนมัติอย่างใจจดใจจ่อ

“ว่าไง?”

กัปตันทีมเซย์รินถามห้วนๆพลางหยิบกาแฟกระป๋องออกมาจากช่องรับ ก่อนจะโยนให้อีกฝ่ายตามความเคยชิน

คิโยชิรับกระป๋องอลูมิเนียมนั้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงธรรมดาๆราวกับกำลังคุยเรื่องสภาพอากาศทั่วไปกันอยู่

“รักนายนะ”

ฮิวงะ จุนเปย์ที่กำลังลุกขึ้นยืนพร้อมกับกาแฟกระป๋องใหม่ชะงักค้าง กาแฟแทบจะร่วงหลุดจากมือ แต่ดีที่เจ้าตัวยังมีสติ กาแฟกระป๋องน้อยจึงยังปลอดภัยอยู่ในอุ้งมือที่ชื้นเหงื่อและเริ่มสั่นระริกๆ

อะไรฟระะะ มาสารภาพรักตรงนี้หมายความว่ายังง้ายยยยยยยยย?!!!!!

“พะ พูดอะไรของแกฟะ?!! แล้วจะพูดซ้ำๆบ่อยๆทำซากอะไรเนี่ย?!!”

ใช่ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คิโยชิสารภาพรัก แต่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ในหนึ่งวัน

พูดอยู่ได้ พูดซ้ำๆซากๆ พูดอยู่ได้ไม่รู้เบื่อ…

แต่ก็น่าแปลกที่เขาก็ไม่ได้นึกรังเกียจที่จะฟังคำพูดของอีกฝ่าย… ไม่ได้น่า’รำคาญ’อย่างที่ปากบอก แต่น่า’หลงรัก’อย่างที่ได้แต่คิดอยู่ในใจ…

แต่ถึงแม้จะแอบยินดี แต่เสี้ยวหนึ่งในใจของชู้ตติ้งการ์ดแห่งเซย์รินกลับหวาดกลัวอะไรบางอย่าง…

‘คำว่ารัก มันใช่คำพูดที่จะเอามาพูดเล่นๆบ่อยๆอย่างนี้เหรอ….’

บางทีอีกฝ่ายอาจจะพูดเล่นๆ…

“ก็ฉันรักนายนี่นา แล้วเวลานายเขินก็น่ารักดี”

คิโยชิ เท็ปเปย์ยิ้มร่ากับปฏิกิริยาตอบรับของอีกฝ่าย ฮิวงะได้แต่โวยวายออกไปตามประสาก่อนจะเปิดฝากระป๋องกาแฟอย่างทุลักทุเล ในใจรู้สึกสับสนกับความรู้สึกหลายๆอย่างที่ทะลักล้นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ

ทั้งเขินอาย

ทั้งยินดี

ทั้งหวาดกลัว

“เฮอะ! ไม่ต้องมาพูดเลยนะเฟ้ย ฟังมาตั้งแต่เช้าละ น่าเบื่อ!!”

หนุ่มผมดำรีบกระดกกาแฟกลบความเขินอายที่พุ่งพรวด บ้าจริง! ไม่ว่าอีกฝ่ายจะก็พูดกี่ครั้งๆก็ทำให้เขาเขินทุกครั้ง!!

ขณะที่ฮิวงะกำลังสงบสติอารมณ์เขินเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรับรู้ เซ็นเตอร์ร่างสูงใหญ่ได้แต่มองอีกฝ่ายแล้วยิ้มๆ

“ถ้างั้นฉันไม่พูดแล้วก็ได้ ถ้ามันทำให้นายรำคาญ…”

“….” ฮิวงะรีบกลืนกาแฟอึกใหญ่ลงกระเพาะก่อนจะแอบเหลือบมองเพื่อนสนิท(คิดไม่ซื่อ)ด้วยสายตาประหลาดใจ

‘คนอย่างคิโยชิเนี่ยนะ…. ล้มเลิกง่ายเกินไปหน่อยรึเปล่า?!’

‘กะแล้วเชียว.. แค่เล่นๆจริงๆด้วยสินะ…’

“ที่ฉันบอกรักนายอย่างนี้น่ะ ไม่ใช่เพราะว่าอยากให้นายเก็บฉันเอาไว้ในหัวใจหรอกนะ”

‘ไม่ได้อยากให้เก็บไว้ในหัวใจ…? แปลว่าไม่ได้อยากให้ฉันรัก? แล้วมาหลอกฉันให้ดีใจเล่นทำไม?!!’

‘อย่ามาล้อเล่นกับความรู้สึกของฉันนะ ไอ้เจ้าบ้าคิโยชิ!!!’

“แต่ว่านะ…”

“ไปตายซะไป!!!”

หลังจากที่จมกับความคิดของตัวเองอยู่นาน กำปั้นของกัปตันเซย์รินพุ่งไปกระแทกกับใบหน้าของผู้เล่นเบอร์7เต็มๆแรง เจ้าของรอยยิ้มใจดีหน้าหันไปตามแรงหมัด กาแฟกระป๋องที่ดืมได้แค่ไม่กี่อึกหล่นลงพื้น ของเหลวสีน้ำตาลเข้มหกกระจายไปทั่ว

“ฮะ ฮิวงะ?”

คิโยชิกุมบริเวณแก้มที่โดนต่อยไว้หลวมๆ นัยน์ตาสีอ่อนสบตาอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ

“ทำไม..?”

แต่เจ้าของหมัดไม่ยอมยืนอยู่รอฟังคำถาม กว่าคนโดนต่อยจะรั้งไว้ได้ทันอีกฝ่ายก็วิ่งหนีไปแล้ว ผู้เล่นเบอร์7เหลือบมองร่องรอยกาแฟอยู่ครู่หนึ่งด้วยแววตาสำนึกผิดก่อนจะรีบวิ่งตามคนก่อเรื่องไปอย่างไม่ลดละ

เสียงฝีเท้าของคนสองคนดังสะท้อนไปทั่วบริเวณโรงเรียนในยามจวนจะค่ำ ฮิวงะผลุบชั้น1 คิโยชิโผล่ชั้น2 สภาพของทั้งคู่ตอนนี้แทบไม่ต่างจากหนังอินเดียที่พระ-นางวิ่งไล่ตามกันข้ามหุบเขาอย่างไม่รู้เหนื่อย แต่ถึงจะไม่รู้เหนื่อยยังไงก็ต้องเหนื่อย ท้ายที่สุดแล้วฮิวงะ จุนเปย์ก็ต้องลากสังขารกลับมาที่จุดเริ่มต้นอยู่ดี…

กลับมาที่เครื่องขายน้ำอัตโนมัติเพื่อซื้อเครื่องดื่มดับกระหาย แต่ยังไม่ทันจะทำอะไรหนุ่มแว่นก็ต้องทรุดนั่งกับพื้นแข็ง มือกร้านจากการซ้อมบาสกุมท้องไว้แน่น

ก็เล่นกระดกกาแฟจนหมดกระป๋องแล้ววิ่งวนรอบโรงเรียนอยู่ตั้งหลายรอบ… จะจุกก็ไม่แปลกอะไร…

ความจริงก็เริ่มจุกตั้งแต่วิ่งออกจากจุดสตาร์ทแล้ว แต่เพราะความโกรธเป็นแรงขับเคลื่อนก็เลยต้องวิ่งต่อไปอย่างช่วยไม่ได้

กัปตันเซย์รินพยายามปรับจังหวะลมหายใจให้เข้าที่ ซุกกายพิงกับผนังแล้วปิดเปลือกตาลงครู่หนึ่ง ทำให้ไม่สามารถรับรู้ได้ว่าบุคคลที่ตัวเองวิ่งหนีมาเนิ่นนานนั้นกำลังนั่งยองๆมองตนด้วยสายตาเป็นห่วงเป็นใย

“ฮิวงะ…”

“….!!!”

ฝ่ายที่ถูกเรียกชื่อเผยอเปลือกตาขึ้นมาอย่างรวดเร็วเพราะตกใจกับน้ำเสียงคุ้นเคยและฝ่ามือใหญ่ที่กำลังสัมผัสใบหน้าของตนอย่างอ่อนโยน

อยากจะถอยหลังหนี…แต่ก็ถอยไม่ได้แล้วเพราะว่าติดกำแพง….

“อะ.. ออกไปนะ ไอ้บ้าคิโยชิ!!!”

“นายจะหนีฉันทำไมน่ะฮิวงะ ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ แล้วนี่เป็นอะไรมากรึเปล่า” คิโยชิถามอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่จริงจัง ประโยคหลังของอีกฝ่ายทำให้ฮิวงะรู้สึกหน้าร้อนวาบ

“….ก็นายน่ะ ยังไงก็แค่หลอกฉันเล่นใช่มั้ยล่ะ คนที่พูดคำว่ารักบ่อยเกินไปอย่างนาย…

คำสำคัญแบบนั้น…ทำไมถึงใช้บ่อย จนทำให้มันไม่สำคัญ…..”

“……”

คิโยชินิ่งเงียบไปเมื่อได้ฟังความกังวลในใจของอีกฝ่าย

เขาเพียงแค่อยากให้ฮิวงะมั่นใจในคำพูดของเขา และเชื่อมั่น100%ว่าเขารักอีกฝ่ายมากแค่ไหน…

แต่นั่นกลับทำให้ฮิวงะไม่เชื่อใจเขา เพียงเพราะวิถีความคิดที่สวนทางกัน…

คนนึงเป็นคนซื่อๆ ชอบอะไรไม่ชอบอะไรก็พูดออกไปตรงๆ..

แต่อีกคนดันเป็นคนที่ไม่กล้าแสดงออกในสิ่งที่เจ้าตัวคิดว่าเป็นเรื่องน่าอาย…

การบอกรักเป็นสิ่งที่พูดได้ยากมากสำหรับกัปตันเซย์ริน เพราะฉะนั้นกว่าจะพูดออกมาได้ถ้าไม่ใช่ว่ากำลังเมา โกรธหรือบ้าก็ไม่มีทางที่คำๆนี้จะหลุดออกมาจากปากของเจ้าตัวแน่ ดังนั้น… คำว่ารักที่พูดออกมาได้ยากและต้องอาศัยความกล้าแบบมหาศาลนั้นถือว่าเป็นคำพูดที่มีความหมายและสำคัญสำหรับเจ้าตัว…

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆสำหรับฮิวงะ จุนเปย์ แต่เจ้าตัวก็ไม่อาจรู้ได้เลยว่าคิโยชิ เท็ปเปย์เองก็ไม่ได้พูดเล่นๆกับเขา…

“ฉันไม่ได้ล้อนายเล่นนะฮิวงะ ฉันรักนาย ฉันไม่อายที่จะสารภาพรักกับนายแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เพราะฉันอยากให้นายเชื่อว่าฉันรักนายจริงๆ”

นัยน์ตาที่เปี่ยมไปด้วยความใสซื่อจริงใจสบเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มหลังแว่นใสกรอบบาง ชู้ตติ้งการ์ดที่ตอนนี้หน้าแดงไปทั้งหน้าเบือนหน้าหนีอีกฝ่ายเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นถึงความหวั่นไหวที่เริ่มก่อตัวขึ้นในดวงตาของตน

หัวใจ…เหมือนกำลังจะระเบิด นี่ใช่อาการค้างเคียงของคนปวดท้องจุกรึเปล่านะ….?

ขณะที่กัปตันเซย์รินกำลังโยนความผิดไปให้อาการจุกท้อง(ที่หายตั้งนานแล้วแต่เจ้าตัวยังไม่เลิกเอามาเป็นข้ออ้าง) เซ็นเตอร์ร่างใหญ่ก็เริ่มยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อยๆ ริมฝีปากของคนตัวสูงกว่าขยับขึ้นลงช้าๆอยู่ข้างๆใบหูของคนสวมแว่น เอ่ยถ้อยคำที่ยังพูดค้างคาให้อีกฝ่ายได้ยินชัดๆ

“ที่ฉันบอกว่าไม่อยากให้นายเก็บฉันไว้ในใจนั่นน่ะ… ฉันอยากให้นายเก็บฉันไว้ในปอดต่างหาก”

“หา…?”

“ก็นายน่ะ จะได้มีฉันทุกลมหายใจไง”

“……………..”

“ก็ฉันนึกว่านายจะเบื่อหรือไม่ก็รำคาญที่ฉันพูดแต่รักนายอย่างนั้นรักนายอย่างนี้ ก็เลยเปลี่ยนรูปแบบการพูดใหม่น่ะ นี่น่ะอิสึกิแนะนำมาเชียวนะ”

“อะ ไอ้โง่!!! มะ ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นว้อยย!!!!!!”

ฮิวงะเริ่มแหกปากโวยวายแต่ก็ต้องเงียบปากลงแบบฉับพลันเมื่อสัมผัสอ่อนนุ่มลากผ่านริมฝีปากบางของตน

ลิ้นสากของคิโยชิตวัดผ่านริมฝีปากของคนขี้โวยวายอย่างแผ่วเบา คนโดนเลียนั่งตัวแข็งทื่อ ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม เจ้าของลิ้นยิ้มกว้างเมื่อเห็นปฏิกิริยาตอบสนองของอีกฝ่ายเป็นไปตามที่ตัวเองคิด

“ฮิวงะนี่หวานจังน้า~ แถมยังแอบขมนิดๆด้วย”

“ทะ ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย! เป็นหมารึไง แล้วไอ้หวานกับขมนั่นมันอะไรฟะ!!! นั่นมันเพราะกาแฟว้อย!!! ฉันมีรสชาติแบบนั้นที่ไหน!!!” กัปตันเซย์รินโวยวายเสียงดัง ในหัวโยนความผิดให้อาการจุกท้องที่ทำหัวใจของตนเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ

“นายไม่เคยได้ยินเหรอ ‘เล่นกับหมา หมาเลียปาก’น่ะ แล้วนั่นก็ไม่ใช่เพราะกาแฟหรอก นั่นน่ะรสชาติของนาย”

“งะ เงียบไปเลยเฟ้ย!!! แล้วแกไปเป็นหมาตอนไหนฟะ อย่าบอกนะว่าติดเชื้อเจ้าเบอร์สองมา!!!”

“ฮะๆ งั้นฉันไม่เป็นหมาแล้วก็ได้ นายเป็นแทนละกันนะฮิวงะ”

คิโยชิหัวเราะร่าเมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย

ฮิวงะที่เป็นฮิวงะแบบนี้นั่นล่ะ ที่ทำให้เขาหลงรักหัวปักหัวปำ…..

“แล้วทำไมฉันต้องเป็นหมาด้วย! เฮ้ย!! นะ นี่แกจะทำอะไรเนี่ย!!!”

ฮิวงะโวยวายเสียงดังเมื่อพบว่ามือใหญ่หยาบกร้านของคิโยชิค่อยๆล่วงล้ำผ่านเสื้อนักเรียนของตนแล้วลูบผ่านบริเวณไหปลาร้าไปจนถึงรักแร้ มือหยาบกร้านหยุดนิ่งอยู่ที่ใต้วงแขนเนียนของอีกฝ่าย

“อืม… เจ้าหมาตัวนี้ไม่สบายอยู่นะ งั้นเดี๋ยวพาไปรักษาดีกว่า เอ้า ฮึบ!”

“เหวอ!!!! อะไรของนายอีกเนี่ย!!! อุ้มฉันขึ้นมาทำไม!!!”

คิโยชิยิ้มกว้างเมื่อเห็นอีกฝ่ายดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนของตน

“อ้าว ก็นายเป็นหมาไง วิธีวัดไข้หมาเค้าต้องจับชีพจรที่ข้อพับไม่ใช่เหรอ แล้วเมื่อกี๊พอวัดไข้แล้วนายก็ไม่สบาย เดี๋ยวฉันอุ้มไปส่งถึงห้องนอนนายเลยละกัน”

“ไม่สบายบ้าอะไรฟะ!! แค่จุกเฟ้ย!!! แล้วตอนนี้ก็หายแล้วด้วย!!! ปล่อยฉันลงได้แล้ว!!!”

“งั้นฉันอุ้มไปส่งถึงหน้าบ้านก็พอแล้วกัน”

“นั่นก็ไม่ได้เฟ้ย!!! วางฉันลงเดี๋ยวนี้!!!”

“ไม่มีทาง~ นายต้องสารภาพรักกับฉันก่อนนะ ไม่งั้นไม่วางจริงๆด้วย”

ฮิวงะชะงักค้าง ไม่ดีแน่ถ้าจะถูกอุ้มด้วยท่าอุ้มเจ้าสาวตั้งแต่เดินออกจากประตูโรงเรียนไปจนถึงบ้าน หลังจากที่คำนวณผลได้ผลเสียอยู่นาน กัปตันเซย์รินก็ต้องยอมเปิดปากพูดในสิ่งที่พูดยากที่สุดออกมา…

“ฉันรักนาย คิโยชิ…”

คนถูกสารภาพรักยิ้มกว้างก่อนจะค่อยๆวางอีกฝ่ายลงอย่างนิ่มนวล

“ฉันมีความสุขมากๆเลยล่ะ ฮิวงะ”

มีความสุข…ที่ได้รักนาย และถูกนายรัก…

……

‘ความเปี่ยมสุขที่สุดในชีวิตก็คือการตัดสินว่าเราถูกรัก …โดยเฉพาะอย่างยิ่ง…ถ้าถูกรักโดยฮิวงะ จุนเปย์….’

-คิโยชิ เท็ปเปย์-

……

เป็นฟิคที่เขียนออกมาด้วยอารมณ์ที่หลากหลายค่ะ ฟฟฟฟฟฟฟฟ ก็เลยออกมาเป็นอย่างนี้… |||Orz ขอให้สนุกกับฟิคนะคะ❤️

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s