KnB FanFiction [ Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei ] ‘If Hyuuga were a little boy…..’

KnB FanFiction
Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei
‘If Hyuuga were a little boy…..’

…….
‘…ทุกคนต่างมีความเป็นเด็กซ่อนอยู่ในตัวกันทั้งนั้น…’

-วอล์ท ดิสนี่ย์ ได้กล่าวเอาไว้..

อยู่ที่ว่าทุกคนเลือกที่จะแสดง’ความเป็นเด็ก’ที่ว่านั่นออกมาหรือไม่… คนที่แสดงออกมาก็ดีไป แต่คนที่เลือกจะทำให้ตัวเองดูเป็นผู้ใหญ่ในสายตาคนอื่น พระเจ้าจะเมตตามอบปาฏิหาริย์ให้คนผู้น่าสงสารคนนั้น ปาฏิหารย์ที่74ปีจะมีเพียงหนเดียว… และผู้ถูกเลือกจะมีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น…

‘ปาฏิหาริย์ในวันที่5พฤษภา…’

ปาฏิหาริย์ที่จะดลบันดาลให้ผู้ถูกเลือกกลายเป็นเด็กได้หนึ่งวัน และสามารถทำอะไรแบบเด็กๆได้ตามใจตนจนกว่าจะถึงเที่ยงคืน…

จากนั้นแล้วความทรงจำที่แสนสุขนั้นก็จะสลายหายไป ย้อนกลับไปสู่คืนวันธรรมดาที่ไม่มีอะไรพิเศษเช่นเดิม…

…..
ดูเหมือนว่าพระเจ้าจะเอ็นดูฮิวงะคุงเป็นพิเศษ…

เหตุผลที่ต้องเติม’คุง’ตามหลังนามสกุลของกัปตันเซย์รินไปด้วยก็เพราะ…

“ไหงฉันถึงได้กลายเป็นเด็กอย่างนี้ไปได้ฟระ?!!!”

เด็กชายวัย7ขวบที่อยู่ในสภาพเสื้อยืดสีเขียวหลวมโพรกปกปิดร่างกายจนมิดเผยไหล่ขาวเนียนโวยวายเสียงดัง กางเกงขาสั้นใส่นอนที่เคยใส่ได้พอดีก็กองอยู่บนเตียง ร่างเล็กที่เพิ่งตื่นขึ้นมาลองหยิกแก้มเล็กๆของตนเพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่ความฝัน แต่ความเจ็บแปลบที่รู้สึกได้กลับทำลายความหวังเพียงน้อยนิดของเขาไป..

ไม่ตลกเลยซักนิด! แล้วแบบนี้จะลากสังขารไปซ้อมได้ยังไงกันเล่า?!!

โชคดีที่วันนี้ไม่มีใครอยู่บ้าน ไม่งั้นเด็กชายจุนเปย์เองก็คงหาเหตุผลไปอธิบายกับผู้ปกครองไม่ถูก… ก็จริงอยู่ว่าวันที่5พฤษภาคมเป็นวันเด็กผู้ชาย แถมยังเป็นวันเด็กแห่งชาติ แต่การที่ให้เขาตัวหดเล็กลงรับวันเด็กนี่มันตรรกะอะไรฟะ?!! หรือว่า… หรือว่าจะเผลอกินอะไรผิดสำแดงเข้าไปเลยเป็นแบบนี้ อาหารที่เขากินมันมีAPTX48xxผสมอยู่เรอะ?!!

..ฮิวงะ จุนเปย์ยังไม่อยากกลายเป็นเด็กแว่นยอดนักสืบเหมือนตัวเอกเรื่องโxนันนะว้อย!! เขาเป็นกัปตันทีมบาสม.ปลายต่างหาก ไม่ใช่นักสืบม.ปลาย เป็นลูกชายเจ้าของร้านทำผม ไม่ใช่ลูกชายนักเขียนชื่อดัง พระเจ้าจะเล่นตลกกับชีวิตเขามากเกินไปแล้ว!

หลังจากที่เล่นมุกและตบมุกเองไปตามประสา ฮิวงะจึงตัดสินใจเมินเสียงโทรศัพท์มือถือซึ่งดังขึ้นติดกันต่อเนื่องแล้วนั่งพลิกหน้าหนังสือการ์ตูนอ่านผ่านๆอยู่ในห้องนอน โชคร้ายที่ดูเหมือนว่าเขาจะโละเสื้อผ้าสมัยเด็กทิ้งหมดแล้ว จึงต้องทนอยู่ในสภาพเสื้อยืดตัวเดียวคลุมร่างต่อไป

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นถี่ๆเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเงียบหายไป ดูท่าว่าริโกะคงตัดใจที่จะโทรจิกให้เขาไปซ้อมแล้ว เด็กชายผมดำผลักหนังสือการ์ตูนออกไปให้ห่างจากตัวก่อนจะล้มตัวนอนลงกับพื้นห้อง ภาพเพดานมัวๆปรากฏขึ้นในดวงตากลมๆสีเข้ม จะอ่านหนังสือการ์ตูนต่อก็ไม่ได้เพราะแว่นใหญ่เกินไป ใส่ไม่ได้ จะหยิบฟิคเกอร์มาเล่นก็ไม่ได้ ตู้มันสูงเกินไป เมื่อเช้ากว่าจะกล้าปีนลงจากเตียงได้ก็ลำบากเอาการ ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวดูใหญ่โตไปหมด…

เหมือนจะไม่ได้มองทุกอย่างจากมุมต่ำอย่างนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ…

จะว่าไปก็มีอยู่คนนึงนี่นะ ไอ้ซื่อบื้อที่สูงชะลูดจนเขาต้องเงยหน้ามอง…

“….แล้วจู่ๆจะไปคิดถึงมันทำไมฟะ?!!” กัปตันร่างจิ๋วทึ้งผมตัวเองก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วหลับตาลง

‘ในเมื่อทำอะไรไม่ได้แบบนี้ ก็คงได้แต่นอนล่ะมั้ง.. หวังว่าตื่นมาแล้วคงจะกลับเป็นเหมือนเดิมนะ…’

ฮิวงะได้แต่คิดในแง่ดีก่อนจะจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งนิทรา..
……
“….อืม”

ชู้ตติ้งการ์ดเซย์รินลืมตาขึ้น เพดานยังคงพร่าเบลอ เสื้อผ้ายังคงหลวมโพรก ไม่มีอะไรต่างออกไปจากเดิมเลยแม้แต่น้อย…

“เหมือนเดิมแฮะ……” ฮิวงะงึมงำกับตัวเองก่อนจะหันไปมองรอบๆเพื่อดูให้เห็นกับตาว่าทุกสิ่งยังคงใหญ่โตไม่ต่างจากเดิม

ไม่สิ…ดูเหมือนว่าจะต่างจากเดิมนิดหน่อย…

ปกติแล้วไม่มีไอ้ยักษ์หน้าเอ๋อนั่งจ้องเขาตาไม่กระพริบแบบนี้ซะหน่อย…

“อะ.. ไอ้คิโยชิ?!!! มาได้ไงฟะเนี่ย?!!”

“เอ่อ… ฮิวงะ? เหรอ…?” คิโยชิชี้ร่างเล็กในเสื้อสีเขียวคุ้นตาก่อนจะกระพริบตาปริบๆ

“ก็ใช่น่ะสิ!! ตอนนี้ไม่รู้จะอธิบายยังไงเพราะฉันเองก็ไม่เข้าใจ แต่เอาเป็นว่านี่ฉันเอง!! ฮิวงะ จุนเปย์!”

“ตอนแรกนึกว่าเป็นญาตินายซะอีกนา.. สุดยอดไปเลยฮิวงะ จะตอนเด็กหรือตอนโตก็น่ารัก..” คิโยชิยิ้มกว้างก่อนจะคว้าเด็กชายมากอดไว้แน่น ฝ่ายฮิวงะที่รู้สึกเหมือนว่ากำลังถูกคุกคามได้แต่ดิ้นไปมาพร้อมๆกับแหกปากโวยวายไปด้วย

ภายนอกโวยวายใส่คิโยชิ แต่ภายในกลับโวยวายใส่หัวใจตัวเองที่กำลังเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นกระดอนออกมาจากอก…

โครก…~

เสียงท้องร้องของเด็กชายผมดำสะกดทุกสิ่งทุกอย่างให้ตกอยู่ในความเงียบ

“หิวเหรอ..? ฮิวงะ”

ถ้าอิสึกิอยู่แถวนี้คงคิดว่าเป็นมุกคำพ้อง… ฮิวงะนึกในใจก่อนจะปล่อย’หิว’กับ’ฮิว’ไปไกลๆสมอง

“จะว่าไป… ตั้งแต่เช้าฉันยังไม่ได้กินอะไร…” ฮิวงะเหลือบมองนาฬิกาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือ เขาตื่นเจ็ดโมงครึ่งมาโวยวายแล้วก็หลับ จนตอนนี้เที่ยงกว่าแล้ว.. ดูเหมือนว่าจะกังวลมากไปจนลืมหิวไปเลย…

แปลว่าตอนนี้สบายใจแล้วก็เลยหิว…?

ตั้งแต่ที่คิโยชิปรากฏตัวให้เห็น ถึงแม้จะเห็นไม่ชัดก็ตาม…

“งั้นก็กินนี่ก่อนเถอะนะ” คิโยชิยอมปล่อยอีกคนก่อนจะหยิบโดรายากิขึ้นมาจากถุงพลาสติกของร้านค้าแห่งหนึ่งแล้วยื่นให้ ฮิวงะรับห่อโดรายากิมาฉีกก่อนจะเคี้ยวกินอย่างรวดเร็ว ทำไงได้ล่ะ เขาเพิ่งรู้ตัวว่าหิวขนาดเอาคิโยชิมาย่างทั้งตัวก็ไม่มีทางกินอิ่มนี่นา มารย่งมารยาทอะไรไม่ต้องสนแล้ว ขนาดพูดว่า’ทานแล้วนะครับ’ยังลืมพูดเลย…

“ยังมีอีกนะ กินอีกมั้ยฮิวงะ ร้านนี้น่ะทำอร่อยมากเลยนา ความจริงนึกว่านายไม่สบายเลยว่าจะเอามาเป็นของเยี่ยมไข้น่ะ ก็ปกติฮิวงะไม่เคยขาดซ้อมเลยนี่” คิโยชิเอ่ยยิ้มๆขณะมองเด็กน้อยเริ่มกัดโดรายากิคำโตเป็นชิ้นที่สอง

น่ารัก….

ฮิวงะแบบนี้ก็น่ารักไปอีกแบบ…

แต่จะแบบไหนก็น่ารักทั้งนั้น..

สุดท้ายแล้วฮิวงะก็จัดการโดรยากิจนเกือบหมด เหลือเพียงชิ้นสุดท้ายที่มือเล็กๆตัดสินใจยื่นให้อีกคน

“นายเองก็กินบ้างสิ ดูฉันกินอยู่คนเดียวไม่หิวบ้างรึไง?”

“ไม่ล่ะ.. นายกินไปเถอะ ฉันไม่หิว” คิโยชิเอ่ยยิ้มๆทั้งๆที่ก่อนหน้านี้หิวมาก แต่เพราะความน่ารักของฮิวงะทำให้เขาอิ่มอกอิ่มใจจนกลายเป็นว่าลืมความหิวไปซะสนิท

“จะบ้าเรอะ คนซื้อไอ้นี่มาน่ะมันนายไม่ใช่เรอะ งั้นก็…” ฮิวงะฉีกซองโดรายากิก่อนจะยื่นให้อีกคน

“เอ้า! ฉันคนนี้อุตส่าห์ฉีกซองให้ รีบๆกินได้แล้วน่า!”

“งั้นก็.. ทานล่ะนะครับ” เซนเตอร์เซย์รินย่อตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆเคลื่อนเข้าไปใกล้มือเล็กๆ ริมฝีปากเผยอออกช้าๆก่อนจะงับโดรายากิเข้าปาก ฮิวงะคิ้วกระตุกเล็กน้อย อย่างนี้ก็เท่ากับว่าเขาเป็นคนป้อนหมอนี่น่ะสิ เรื่องน่าอายอย่างนั้นใครจะไปทำ…!

กัปตันเซย์รินในร่างเด็กเจ็ดขวบตั้งใจจะปล่อยมือที่จับโดรายากิ แต่คนตัวใหญ่กว่ากลับรั้งมือเล็กๆนั้นไว้ นัยน์ตาสีอ่อนจ้องด้วยสายตาออดอ้อน

“อึก…”

ฮิวงะนิ่วหน้า ภายในใจรู้สึกสับสน อยากจะขัดขืน แต่เขาแพ้สายตาแบบนั้นของคิโยชิ…

ไม่ใช่แค่สายตา แต่อะไรก็ตามที่เป็น’คิโยชิ’เขาก็แพ้หมด…

แพ้ทางคนแบบนี้…

ฮิวงะได้แต่คิดอย่างนั้น โดยที่ไม่รู้ว่าความจริงแล้วตัวเองก็สามารถชนะคิโยชิได้เช่นกัน…

ไม่รู้เลยว่าเขาชนะใจคิโยชิได้ตั้งนานแล้ว…

เช่นเดียวกันกับที่คิโยชิชนะใจเขาได้เช่นกัน…

พอเห็นฮิวงะเงียบไป ผู้เล่นเบอร์เจ็ดก็งับขนมปังต่อจนหมด เหลือแต่เพียงส่วนที่อีกคนยังถือค้างไว้อยู่

ไหนๆฮิวงะก็กำลังเหม่อ….

ลิ้นสากของคิโยชิตวัดผ่านมือนิ่มของอีกคนราวกับต้องการจะหยอกเย้า เด็กชายสะดุ้งเฮือก นัยน์ตาสีเข้มเบิกกว้างมองคนตัวใหญ่ที่กำลังเลียมือของตัวเองอยู่

“ก็ฮิวงะเอาแต่เหม่อแล้วก็ถือขนมปังไว้แบบนั้นฉันก็กินไม่ได้น่ะสิ เลยต้องเรียกสติไง”

“กะ ก็เรียกดีๆสิฟะ!!!” โดรายากิส่วนเล็กๆที่เหลือถูกยัดเข้าปากคิโยชิทันที เจ้าของรอยยิ้มใจดีได้แต่เคี้ยวตุ้ยๆขณะจ้องมองใบหน้าเล็กๆที่เริ่มขึ้นสีเล็กน้อย

“ฮิวงะ..”

“อะไร..?!” เด็กชายเขม่นมองคนเรียกชื่อตนขณะที่กำลังจะลุกไปล้างมือ คราวนี้คิโยชิดึงร่างเล็กไปนั่งบนตัก แล้วจัดการเลียเศษโดรายากิที่ติดแก้มอีกคนออกเบาๆ

“…?!!!!”

“ทำบ้าอะไรของนายอีกฟะ!!! ไอ้บ้านี่!!” กำปั้นเล็กๆต่อยไปที่ใบหน้ายิ้มแย้มอย่างแรง แต่คนถูกต่อยกลับยังยิ้มได้ แสดงว่าไม่ได้เจ็บเหมือนที่แล้วๆมา

“ช่วยไม่ได้แฮะ งั้นเดี๋ยวฉันพานายไปล้างมือล้างหน้าละกัน เพราะตอนนี้นายคงเอื้อมไม่ถึงอ่างล้างมือ…”

“หนวกหูน่า!!” ฮิวงะแยกเขี้ยวใส่ทันทีเมื่ออีกฝ่ายเบี่ยงประเด็นมาที่เรื่องส่วนสูง ไม่ว่าจะเป็นตอนนี้หรือตอนที่ยังสูงปกติเขาก็ยัง’เตี้ย’กว่าคิโยชิอยู่ดี…. ถึงจะไม่ซีเรียสเรื่องส่วนสูงของคนอื่น ทั้งคากามิกับมิโตเบะเองก็สูงกว่าเขา แต่สำหรับคิโยชิเป็นกรณีพิเศษ…

ปกติแล้วเขามักจะทำตัวเข้มแข็งเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น เวลาอยู่กับคิโยชิก็เป็นเช่นนั้น แต่แตกต่างกันออกไปนิดหน่อย..

ต่างกันตรงที่เวลาเหนื่อยมากๆก็อยากจะได้ที่พักพิงเป็นไหล่ของคนตัวสูงที่ชื่อว่าคิโยชิ เท็ปเปย์… แต่ฮิวงะก็มักจะเก็บซ่อนความต้องการนี้ไว้ลึกๆเสมอ… เขาไม่ชอบที่ตัวเองดันอยากไปพึ่งคิโยชิ ไม่ชอบที่บางครั้งก็อยากทำตัวอ่อนแอเวลาอยู่กับหมอนั่น…

….เป็นคนตัวสูงคนแรกและคนสุดท้ายที่เขาอยากพึ่งพิง…

หลังจากที่คิโยชิอุ้มฮิวงะจิ๋วเข้าห้องน้ำและพาออกมาเรียบร้อย เด็กชายผมดำนั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนพื้นห้อง นัยน์ตาสีเข้มจ้องเขม็งไปยังพี่เลี้ยงเด็กชั่วคราวที่นั่งยิ้มซื่อๆอยู่ฝั่งตรงข้าม

“คิโยชิ..”

“ว่าไงฮิวงะ?”

“ว่างจัง..”

“เอ๋ นั่นสินะ งั้นมาหาอะไรทำกันมั้ย..?”

“…..ไปหยิบฟิคเกอร์ให้หน่อย หยิบทาเคดะกับโอดะ…”

“เอ่อ… ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่ฉันหยิบไม่ถูกหรอกนา… ว่าแต่ฮิวงะอยากเล่นเหรอ เดี๋ยวฉันเล่นเป็นเพื่อนก็ได้นะ”

“เล่นอะไรที่ไหนเล่า! ฉันจะพานายเข้าสู่สงครามบาซาระต่างหากล่ะ!!! อ้อ หยิบอิเอยาสึกับฮิเดโยชิมาด้วยก็ได้!! จะได้ครบๆทีม!!” ฮิวงะร่างจิ๋วเริ่มเครื่องร้อน ทำเอาคิโยชิเห็นแววว่าตนเองจะต้องอยู่ฟังบรรยายเรื่องนักรบสงครามเพิ่มเติมจนถึงเย็นแน่ๆ ที่สำคัญ ตอนนี้ฮิวงะอยู่คนเดียว คนที่เปิดอกคุยได้จริงๆจังๆก็คือเขา…

“อื้ม งั้นเดี๋ยวหยิบให้นะ จริงสิฮิวงะ..”

“อะไรเรอะ”

“ฉันว่าถ้าหยิบเองคงหยิบผิดน่ะ นายมาขี่คอฉันแล้วช่วยชี้สิว่าต้องหยิบตัวไหนบ้าง เผื่อจะได้เร็วขึ้นไง”

…..ขี่คอคิโยชิ?

เหมือนกับคราวที่แล้วสินะ….

ฮิวงะนึกถึงช่วงเวลาที่ตนไปแอบส่องห้องอาบน้ำหญิง คิโยชิก็ช่างรู้ใจให้ขี่คอจะได้มองเห็นชัดๆ ตอนนี้ก็คงไม่ต่างกัน ถึงจะรู้สึกแปลกๆก็เถอะ…. คราวที่แล้วรู้สึกเหมือนเป็นขุนศึกขี่ม้าบัญชาการรบ แต่คราวนี้ให้ความรู้สึกเหมือนย้อนวัยขี่คอพ่อดูนกดูไม้…

บางทีเขาคงคิดไปเองล่ะมั้ง..

“ช่วยไม่ได้แฮะ…..” กัปตันจิ๋วเว้นช่วงถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ

“งั้นก็… จับดีๆอย่าให้หล่นนะเฟ้ย!! ห้ามปล่อยเด็ดขาด!!”

คิโยชิยิ้มกว้างกับคำขอร้องแกมบังคับของอีกคน

“อื้ม!!”

……

ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่คิโยชิยังขลุกอยู่ในห้องกับฮิวงะ นั่งฟังการบรรยายจนผล็อยหลับไปทั้งคู่ คนพูดก็เหนื่อย คนฟังก็เหนื่อย เวลายังคงเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวันใหม่ได้เริ่มต้นขึ้น ปาฏิหาริย์ของพระเจ้าค่อยๆสลายไปช้าๆ เด็กประถมหนึ่งค่อยๆกลายเป็นเด็กม.ปลายปีสองในสภาพที่สวมเสื้อยืดตัวเดียวและมีผ้าห่มคลุมช่วงล่างไว้เล็กน้อย แต่ที่ยังเหมือนเดิม คือร่างสูง193เซนติเมตรของใครอีกคนที่นอนกลิ้งอยู่ข้างๆกันที่พื้น

“อืม…”

ฮิวงะลืมตาตื่นขึ้นมองสภาพตัวเองงงๆ นี่เขานึกครึ้มอะไรมานอนบนพื้นฟะ แถมข้างๆตัวยังมีฟิคเกอร์กระจายอยู่รอบๆ แล้วนี่เมื่อคืนดิ้นอิท่าไหนจนกางเกงหลุด…

ที่สำคัญก็คือ……

ไหงถึงมีไอ้บ้าคิโยชิมาอยู่ในห้องนอนเขาล่ะว้อย?!!!!

ที่สำคัญกางเกงที่เขาควรจะสวม…. ทำไมอยู่ในมือไอ้หมอนั่นได้ฟะ?!!…

ฮิวงะขยี้ตาก่อนจะรีบลุกขึ้นควานหาแว่นตามาสวม ภาพเบื้องหน้าที่เขาเห็นเลือนๆลางๆนั้นกลายเป็นภาพคมชัดที่กระแทกใจเขาอย่างจัง..

“ไอ้บ้าคิโยชิ!!! นี่แกมาทำอะไรในห้องนอนฉันไม่ทราบฟะ?!!! แล้วเอากางเกงฉันไปทำนัตโตะอะไร?!!”

“อา.. อรุณ.. เอ๋?!! ฮิวงะ?!! ทำไมมาอยู่ที่บ้านฉัน… แล้วทำไมเอาผ้าห่มมานุ่งไว้…”

“นี่บ้านฉันว้อย!!!! ไปตายซะไปไอ้โรคจิต แล้วก็เอากางเกงคืนมานะ!!!”

“เอ๋?!! เดี๋ยวสิ ไม่ใช่อย่างนั้นนะ!!”

เสียงเอะอะโวยวายของสองหนุ่มนักบาสยังคงดังขึ้นต่อเนื่องและมีเสียงตุ้บตั้บและเสียงครวญครางดังแทรกขึ้นมาเป็นระยะๆ ความทรงจำของทั้งคู่หายเกลี้ยง

เรื่องราวปาฏิหาริย์ทั้งหมดรวมทั้งเรื่องกางเกง…มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่ล่วงรู้…

………

หง่ากกกกกกกก  จบแบบมึนๆ  ฟฟฟฟฟฟฟ งงกันสินะคะ เราก็งงค่ะแงงง เพราะมาแบบอารมณ์ชั่ววูบมากตอนแรก  แต่พอเว้นช่วงมาเขียนตอนบ่ายมันไม่มีฟีลแต่ก็ไม่อยากค้างค่ะ ตอนแรกว่าจะตบมุกไปเรื่อยๆแต่ไหงออกมาเป็นแบบนี้ไปซะได้ ฟฟฟฟฟฟฟ เวิ่นจนมึนเลยค่ะ  พอดีลงในเด็กดีไม่ได้เลยต้องย้ายมาลงในนี้ชั่วคราว ฟฟฟฟฟ  อ่านให้สนุกนะคะ ไม่สิ อ่านให้เข้าใจนะคะ ฟฟฟฟฟฟ

Advertisements

6 thoughts on “KnB FanFiction [ Kiyoshi Teppei x Hyuuga Junpei ] ‘If Hyuuga were a little boy…..’

  1. อง้ากกก จุนเปย์คุงอยากมาเล่นกับพี่สาวบ้างมั้ยคะ พี่สาวอยากเล่นฟิกเกอร์กับจุปเปย์คุงจังเลย ง่อออ =//u//= มาป้อนโดรายากิพี่สาวบ้างสิๆๆๆ

    อ๋ายยยย > < น่ารักจังเลยค่ะ
    อิจฉาพี่คิโยชิจังงงงงงงงงงง ตอนท้ายนั่นพี่ฮิวงะไม่ใส่กางเกงแล้วพี่คิโยชิต้องเห็นหมดแน่เลย – , . – //ซับๆๆๆ

    • ฮือออ ฟิคฉลองวันเด็กผู้ชายแบบฉุกละหุกค่ะแงง วางแผนไว้นานแล้วแต่มาปั่นเอาวันจริง /ส่งจุนเปย์คุงให้ /ฉากสุดท้ายนั่นกะจะให้ทุกคนมโนต่อยอดไปเองค่ะ พี่คยชที่เห็นของลับของพี่ฮิวงะแล้วอาจจะต่อมหื่นแตกก็ได้ค่ะ ;////;

  2. ง๊ากกกกก น่ารักจังเลยค่ะ พี่ฮิวงะโชตะ นึกภาพแล้วอยากบีบแก้มเล่น แฮ่กๆๆๆๆๆ ฟืดดดด
    พี่คิโยชิมาเจอพี่ฮิวงะตัวเล็กแบบนี้…. พี่คิโยชิเป็นไททันได้เลยนะคะ 55555

    • เอื้อออ ขอบคุณนะคะออมซังง ;///; ขอให้ตื่นมาแล้วเจอพี่ฮิวงะจิ๋วนอนอยู่ข้างๆนะคะ 5555 พี่คยชเหมือนไททันจริงๆด้วย ถ้ามองในมุมของไททัน พี่ฮิวงะจิ๋วต้องน่ากินมากแน่เลยค่ะ ฟฟฟฟ

      • อร๊างงงง โดนพี่ฮิวงะกิน แฮ่กๆๆๆๆ ฟืดดดด
        เคี้ยวเบาๆนะคะไททันคิโยชิ ฟฟฟฟฟฟ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s